๒.๓ นโยบำยด้ำนกำรจัดกำรทรัพยำกรป่ำไม้ของประเทศไทย
ข้อจากัดที่สาคัญต่อการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน คือ นโยบายรัฐไทยที่ล้า
หลังและกลายเป็นเครื่องมือกีดกันชุมชนในการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรจากฐานราก ในงานวิจัยของ
พุฒิพงศ์ นวกิจบารุงและชลธิรา ปัญญา (๒๕๕๘) ๑๖ ปัญหาการกาหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์ ของรัฐทับซ้อน
กับที่ทากินของราษฎร เป็นปัญหาข้อพิพาทและสร้างความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างภาครัฐกับประชาชน
มายาวนาน รวมถึงการไร้นโยบายการกระจายการถือครองที่ดินให้เป็นธรรมและการปบ่อยให้กลุ่มทุน
เอกชนต่างๆ สามารถกักตุนเก็วกาไรที่ดินอย่างไร้ขอบเขต ด้านนโยบายด้านทรั พยากรของรัฐไทยที่ผ่าน
มามุ่งเน้นการนาที่ดินกลับสู่อานาจของรัฐ มีแต่จะนาไปจัดสรรแก่ประชาชนเท่านั้น โดยมิได้แก้ไขปัญหา
การถือครองที่ดินทั้งระบบ ความพยายามในการแก้ปัญหาของรัฐฝ่ายเดียวที่ผ่านมาไม่ประสบผลสาเร็จ
พื้นที่ป่าลดลง ก่อความขัดแย้ง สร้างความรู้สึกสองมาตรฐาน ให้กับประชาชนต้องใช้งบประมาณจานวน
มาก รวมทั้งเปิดโอกาสให้เกิดกระบวนการทุจริตคอรัปชั่นได้ง่าย
นอกจากนั้น ในงานวิจัยดังกล่าวยังมีค้นพบสาคัญ คือ ชุมชนที่ได้นาหลักการสิทธิชุมชนมาใช้
ร่วมกับการบริหารจัดการที่ดินเพื่อให้รัฐสามารถรักษาที่ดินและยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนที่รวมตัว
กันเป็นชุมชนมีสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดินตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต โดย
ชุมชนควบคุมสมาชิกชุมชนกันเองเป็นการลดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและประชาชน อีกทั้งส่งเสริม
ให้ ป ระชาชนมี ส่ ว นร่ ว มในการดู แ ลรั ก ษาทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มให้ ส มดุ ล และยั่ ง ยื น
นอกจากนั้นเพื่อการส่งเสริมการจัดการที่ดินในลักษณะกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินของเอกชนจะส่งผลดีต่อ
การแก้ไขปัญหาของสังคม คือ สามารถแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินระหว่างรัฐและประชาชนได้ เกิด
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐและชุ มชนในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติให้
เกิดความยั่งยืน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เนื่องจากมีความมั่นคงในที่ดินทากินให้แก่ประชาชน
สามารถพัฒนาที่ดินและประกอบอาชีพได้อย่างเต็มศักยภาพ มีการปรับปรุงระบบการผลิตและการใช้
ที่ดินให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และระบบนิเวศ จะทาให้ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของชุมชนและใน
ภาพรวมมีคุณภาพที่ดีขึ้น ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง มีการร่วมกลุ่มของสมาชิกในชุมชน มีการสร้างกฎ
ระเบียบและกติกาของชุมชน รวมทั้งกลไกการทางานร่วมกันของสมาชิกในชุมชน
แม้ในช่วงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ไข
ปัญหาการไร้ที่ดินทากินของเกษตรกรและการรุกล้าเขตป่าสงวนโดยการ กระจายสิทธิการถือครองให้แก่
ผู้ที่ไม่อยู่ในพื้นที่ และออกมาตรการป้องกันการเปลี่ยนมือไปอยู่ในครอบครอง ของผู้ที่มิใช่เกษตรกร ใช้
เทคโนโลยีดาวเทียมสารวจและวิธีการแผนที่ทันสมัย แก้ไขปัญหาเขตที่ดินทับซ้อน และแนวเขตพื้นที่ป่า
ที่ไม่ชัดเจนอันก่อให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ นอกจากนั้นรัฐบาล ยังคงมีนโยบาย
การจัดสรรที่ดินให้แก่ผู้ยากไร้โดยไม่ต้องเป็นกรรมสิทธิ์แต่รับรองสิทธิร่วมในการจัดการที่ดินของชุมช น
ซึ่งเป็นหลักการคล้ายกับแนวโฉนดชุมชน โดยมีคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เป็นกลไกหลักใน
การดาเนินงาน แต่ในเบื้องต้นพบปัญหา อุปสรรคสาคัญของนโยบายมอบที่ดินแบบแปลงรวมของ คทช.
ดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ควรจะเป็น คือ ไม่ได้เป็นหลักการที่ยอมรั บสิทธิ
ชุมชนที่แท้จริง เนื่องจากเป็นเพียงการ “อนุญาต” จากหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น โดยชุมชนจะไม่ได้รับ
๑๖
โปรดดูเพิ่มเติมในรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษาปัจจัยเอื้อและข้อจากัดต่อการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยา��รธรรมชาติโดย
ชุมชนอย่างยั่งยืน : กรณีศึก ษาชุมชนต้นแบบเครือ ข่ายปฏิรูปที่ดินภาคเหนือ โดย พุฒิพ งศ์ นวกิจ บารุงและชลธิรา ปั ญ ญา ปี ๒๕๕๘
สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป (European Union)
๒๗