Transnational Enclosure ของ Keith Barney นาเสนอกรณีของประเทศลาวที่เกี่ยวข้องกับการใช้วาท กรรมป่ าเสื่ อมโทรมของรั ฐ เพื่อจั ดแบ่งพื้น ที่เพื่ อโครงการนิคมเกษตรกรรม ซึ่งกระทบกับวิถีการใช้ ประโยชน์จากป่าของชาวบ้าน การพัฒนานิคมเกษตรกรรมในประเทศลาว โดยเฉพาะการปลูกยูคา ลิ ป ตัส โดยมีพื้น ที่บ้ าน Sivilay ในแขวง Khammouane เป็นกรณีศึกษา ผู้ เขียนศึกษากระบวนการ เปลี่ยนผ่านของสังคมเกษตร โดยการเข้ามาของทุนข้ามชาติและความเกี่ยวโยงของการผลิตกับตลาด ระดับโลก โดยเฉพาะในจีน การพัฒนาประเทศภายใต้โครงการ “fast-growth high-yield” ของลาว เน้นไปที่การพัฒนานิคมเกษตรกรรม (โครงการ LPFL) ซึ่งขยายออกไปทั้งในลาวใต้และลาวภาคกลาง นิคมเกษตรกรรมหลายประเภทเช่นยางพารา ยูคาลิปตัส ซึ่งลงทุนโดยบริษัทข้ามชาติมากมายสามารถ เข้าถึงสัมปทานที่ดินในราคาถูกได้ นาไปสู่ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรที่ดิน การเปลี่ยนภูมิทัศน์ของ ชนบท จากกระบวนการของรั ฐ ในทาให้ เป็นที่ดิน ที่จะใช้ประโยชน์ และการเพิ่มผลผลิ ตสินค้าทาง การเกษตร กระบวนการสาคัญเริ่มจากการลดการเป็นที่ดิน (de-territorialization) ที่ชาวบ้านใช้อยู่โดย วาทกรรมเกี่ยวกับ “ป่าเสื่อมโทรม” “ไร่เลื่อนลอย” ทาให้ต้องเกิดการพัฒนาที่ดินใหม่ ทาให้เกิดการ กลายเป็ น ที่ ดิ น ขึ้ น มาใหม่ (re-territorialization) ภายใต้ ก ารจั ด การของรั ฐ และเข้ า มาของนิ ค ม เกษตรกรรมโดยกลุ่มทุนข้ามชาติประมาณ ๒ ใน ๓ ของชุมชนในลาว กระบวนการแรกที่ถูกจัดการจาก โครงการจัดสรรที่ดินและป่าไม้คือการทาแผนที่ กาหนดขอบเขตของหมู่บ้าน แบ่งโซนการใช้ที่ดินโดยใช้สี ที่แตกต่างกัน ป่าถูกตรวจสอบการทาไร่เลื่อนลอยโดยข้าราชการ เช่นที่หมู่บ้าน Sivilay ถูกแบ่งเป็นที่ดิน ทาการเกษตร ๘๕.๓๔ แฮกแตร์และที่อนุรักษ์ ๑๗๑ เฮกแตร์ แต่พื้นที่ ๖๑๐ แฮกแตร์จากทั้งหมดใน หมู่บ้าน ๑,๘๓๓ แฮกแตร์ ถูกกันไว้ สาหรับบริษัท Oji ที่จะเข้ามาทานิคมเกษตรกรรม พื้นที่นี้ถูกนิยาม ว่าเป็น “ป่าเสื่อมโทรม” จึงไม่เหมาะที่ชาวบ้านจะใช้ประโยชน์ นอกจากนั้นมีการใช้ระบบ GPS ที่บริษัท สนับสนุนงบประมาณในการสร้างแผนที่ จัดแบ่งโซน และบริษัทยังจัดสรรเงิน ๕๐ ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ แฮกแตร์เพื่อเป็นกองทุนพัฒนาหมู่บ้านนาไปสู่การสร้างถนนทางเข้าหมู่บ้าน นโยบายรัฐเองแม้ในหลักการจะเป็นการปฏิรูปที่ดินแบบส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเข้าถึงและ จัดการทรัพยากร แต่ในทางปฏิบัติไม่ได้เป็นเช่นนั้น สัมปทานถูกจัดสรรโดยไม่มีมาตรฐานกลาง ไม่มีการ พิจารณาคุณภาพของป่าจริงๆ ไม่มีระบบศีลธรรมแต่ถูกจัดการโดยระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ทางการเมือง รวมถึงไม่มีการสร้างการมีส่วนร่วมของท้องถิ่นในการพัฒนาหรือนโยบายการทาให้เลิกทาไร่เลื่อนลอย เพราะกลุ่มชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อยในที่สูงยังมีอิสระในการทาไร่เลื่อนลอย ทาให้นโยบายนาไปสู่ ความ ขัดแย้ งกับ วิถีชีวิตเดิมของชาวบ้ าน การพัฒ นาที่เน้นสร้างความเป็นสมัยใหม่และใช้เทคโนโลยีและ นโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนต่างชาติ กระบวนการปฏิรูปที่ดินเข้าสู่ตลาด นาไปสู่ปัญหาใหม่ๆ ใน พื้นที่ชนบทของลาว ทั้งการไม่เท่าเทียมในการเข้าทรัพยากร การเพิ่มขึ้นของการทาลายดินและป่าใน แถบชนบท การสร้างภาวะยากจนแบบใหม่และความไม่มั่นคงทางอาหาร งานดังกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าความเปลี่ยนแปลงในชนบทของลาว เกี่ยวพันกับการเติบโตของทุน นิยมของจีนอย่างแนบแน่น การเติบโตของเศรษฐกิจของจีน ก่อความต้องการสินค้าทรัพยากรจานวน มาก ทาให้จีนกลายเป็นประเทศที่นาเข้าผลผลิตจากป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก การนาเข้าเนื้อเยื่อกระดาษจาก ปี ๑๙๙๗ ถึงปี ๒๐๐๓ เพิ่มขึ้น ๒๖% ต่อปี การหมุนเวียนของเงินลงทุนในภาคเนื้อเยื่อกระดาษของจีน ระ��ว่ า งปี ๒๐๐๒ ถึ ง ๒๐๑๐ อยู่ ร ะหว่ า ง ๑๕-๒๐ พั น ล้ า นดอลลาร์ ส หรั ฐ อี ก ทั้ ง การเติ บ โตของ อุตสาหกรรมไม้ทาให้จีนกลายเป็นผู้นาเข้ารายใหญ่จากแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรัสเซีย มีการ นาเข้าเพิ่มขึ้น ๒ เท่าในเวลาเพียง ๕ ปี จนนาเข้า กว่า ๑๓๔ ล้าน cubic meters ในปี ๒๐๐๕ รัฐบาล ๑๒

Select target paragraph3