ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗ และพระราชบัญญัตคิ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๕ ซึ่งมีประเด็นดังต่อไปนี้ (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๒๖๒/๒๕๕๖) ประเด็นที่ ๑ เจ้าหน้าทีไ่ ด้กระท�ำหรือละเลยการกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีปลอมแปลงลายมือ ชื่อผู้ร้องในบันทึกตรวจยึดในชั้นจับกุม และไม่บันทึกรายการทรัพย์สินที่ตรวจยึดไว้เป็นเหตุให้ทรัพย์สินสูญหาย ซึ่งประเด็นนี้เป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องฝ่ายเดียว ประกอบกับคดีนี้ผู้ร้องได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ชุด จับกุมต่อพนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจภูธรหนองหาน โดยพนักงานสอบสวนได้รับค�ำร้องทุกข์และได้ส่งเรื่องให้ ส�ำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค ๔ จังหวัดขอนแก่น พิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่มกี ารกระท�ำหรือละเลย การกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และผู้ร้องมีช่องทางต่อสู้คดีที่ร้องทุกข์ไว้แล้ว ประเด็นที่ ๒ พนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจภูธรหนองหาน จังหวัดอุดรธานี กระท�ำหรือละเลยการกระท�ำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีไม่รบั ค�ำร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีปลอมแปลงลายมือชือ่ ในบันทึกการตรวจยึด ทรัพย์สินชั้นจับกุมหรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้จากการตรวจสอบพบว่าพนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจภูธรหนองหาน ได้รับค�ำร้องทุกข์ของผู้ร้องไว้และได้ส่งเรื่องให้ส�ำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขตพื้นที่ ๔ จังหวัดขอนแก่นพิจารณาแล้ว จึงยังฟังไม่ได้ว่าพนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจภูธรหนองหาน ไม่รับค�ำร้องทุกข์ ของผู้ร้องตามที่กล่าวอ้าง จึงยังไม่มีการกระท�ำหรือการละเลยการกระท�ำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น ประเด็นที่ ๓ กรณีที่ผู้ร้องขอให้ตรวจสอบทรัพย์สินที่ไม่ได้บันทึกไว้ในบันทึกการตรวจยึดทรัพย์สิน และ ช่วยเหลือให้ได้รับทรัพย์สินที���ถูกยึดคืนจากส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันละปราบปรามยาเสพติด อยู่ในอ�ำนาจ หน้าที่ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะด�ำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งในประเด็นนี้ ไม่ปรากฏว่ามีพยานหลัก ฐานที่เชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเป็นผู้น�ำทรัพย์สินของผู้ร้องไปโดยไม่ได้บันทึกไว้ในบันทึกการตรวจยึดทรัพย์สิน ประกอบกับเห็นว่าการที่ส�ำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ท�ำการยึดทรัพย์สินของ ผู้ร้องไว้ เป็นการยึดโดยอาศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญัติมาตรการปราบปรามผู้กระท�ำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ การขอคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดดังกล่าวมีบทบัญญัติของกฎหมายบัญญัติขั้นตอนและวิธีการ ไว้เป็นการเฉพาะ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงไม่อาจใช้อ�ำนาจในการด�ำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ ผูร้ อ้ งให้ได้รบั ทรัพย์สนิ ทีถ่ กู ยึดได้ ซึง่ ในกรณีนหี้ ากผูร้ อ้ งเห็นว่าการยึดทรัพย์สนิ ดังกล่าวไม่ถกู ต้องก็สามารถฟ้องร้อง ด�ำเนินคดีได้ ประกอบกับในกรณีนี้ได้พยายามติดต่อผู้ร้องเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ทางหมายเลขโทรศัพท์ ที่ผู้ร้องแจ้งไว้หลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อผู้ร้องได้ คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาทัง้ สามประเด็นข้างต้นแล้วไม่พบการกระท�ำหรือการละเลยการกระท�ำอันเป็นการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด ทัง้ นี้ สมควรแจ้งให้ผรู้ อ้ งทราบด้วยว่าหากผูร้ อ้ งเห็นว่าหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้ กระท�ำหรือละเลยการกระท�ำ อันเป็นเหตุให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย ก็สามารถใช้สิทธิในการน�ำเรื่องฟ้องร้องเป็น คดีต่อศาลได้ตามกระบวนการยุติธรรม 72

Select target paragraph3