ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒๗ ค�ำร้องที่ ๔๕๗/๒๕๕๗: กรณีประเด็นการคุ้มครองพยาน ผู้ร้องร้องเรียนให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อประสานขอความคุ้มครองพยาน เนื่องจากผู้ร้อง เป็นสามีของนางสาว จ. (นามสมมุติ) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๓ ได้มีชายฉกรรจ์ภายในหมู่บ้านเข้ามาร่วมกัน ข่มขืนภริยาผู้ร้อง หลังเกิดเหตุผู้ร้องและภริยาได้เข้าแจ้งความด�ำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่สถานีต�ำรวจภูธร คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ แล้วยืน่ ฟ้องคดีตอ่ ศาล ศาลชัน้ ต้นพิพากษายกฟ้องจ�ำเลย ศาลอุทธรณ์พพิ ากษายืน ปัจจุบนั คดีอยูร่ ะหว่างพิจารณาของศาลฎีกา หลังจากนัน้ กลุม่ บุคคลดังกล่าวได้ยนื่ ฟ้องผูร้ อ้ งและภริยาต่อศาลจังหวัดภูเขียว ในข้อหาเบิกความเท็จ ตามคดีหมายเลขด�ำที่ อ. ๑๒๔๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ผู้ร้องเกรงว่าจะไม่ ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นผู้มีอิทธิพล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแจ้งให้อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อ พิจารณาด�ำเนินการตามอ�ำนาจหน้าที่ ตามนัยมาตรา ๑๘ (๔) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แจ้งผลการพิจารณาค�ำร้องขอคุ้มครองความปลอดภัย ว่าผู้ร้องถูกด�ำเนินคดีใน ข้อหาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีตอ่ ศาล จากคดีทเี่ คยเป็นพยานและผูเ้ สียหายในกรณีนางสาว จ. (นามสมมุต)ิ ภริยาผู้ร้องถูกข่มขืนโดนชายฉกรรจ์ภายในหมู่บ้าน จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งศาลจังหวัดชัยภูมิพิพากษาจ�ำคุกนางสาว จ. (นามสมมุติ) ภริยาผู้ร้อง ๒ ปี ๖ เดือน ส่วนผู้ร้องยังคงหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดชัยภูมิ จากข้อหาเดียวกัน กับภริยาผูร้ อ้ ง สถานะผูร้ อ้ งจึงไม่ใช่พยานในคดีอาญา ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงมีค�ำสั่งไม่อนุมัติให้ใช้มาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยานรายนี้ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้มี หนังสือแจ้งผู้ร้องให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนและกลั่นกรองรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามทีผ่ รู้ อ้ งประสงค์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประสานกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง เพือ่ คุม้ ครองผูร้ อ้ งในฐานะพยานนัน้ กรมคุม้ ครองสิทธิและเสรีภาพได้พจิ ารณาและแจ้งผลการพิจารณาว่ากรณีของ ผู้ร้องไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับความคุ้มครองพยานในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงมีค�ำสั่งไม่อนุมัติให้ใช้มาตรการคุ้มครองพยานรายนี้ ทั้งนี้ ได้มีหนังสือแจ้งสิทธิให้ผู้ร้องอุทธรณ์ ค�ำสั่งได้ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ จึงเห็นควรยุติเรื่อง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้พจิ ารณาค�ำร้องประกอบความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ แล้ว มีมติ ให้ยุติเรื่อง 64

Select target paragraph3