กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ แห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธกี ารในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึง่ ด�ำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงทัง้ จากฝ่ายผูร้ อ้ งและผูถ้ กู ร้อง คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล มีมติเห็นว่า (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๑๙๔/๒๕๕๗) การที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าบุตรสาวไม่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาเป็น นักเรียนดุริยางค์ทหารบก เนื่องจากมีปานบนใบหน้านั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า การที่บุตรสาวของ ผูร้ อ้ งไม่ผา่ นการสอบคัดเลือกนัน้ เป็นผลจากคะแนนสอบ ไม่เกีย่ วข้องกับปานบนใบหน้าแต่อย่างใด จึงไม่ปรากฏ ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุตรสาวผูร้ อ้ ง แต่เพือ่ ยุตขิ อ้ ขัดแย้งทีเ่ กิดขึน้ คณะอนุกรรมการฯ ได้จดั ให้ผรู้ อ้ งและ ผู้ถูกร้องเจรจาไกล่เกลี่ยกันจนได้ข้อยุติ โดยผู้บัญชาการดุริยางค์ทหารบก (ผบ.คย.ทบ.) ยินดีให้ความช่วยเหลือบุตร สาวของผู้ร้อง ดังนี้ ๑) ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น จ�ำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ๒) ในการรักษาใบหน้าของลูกสาวผู้ร้องแต่ละครั้งต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๑ ปี นับจากกันยายน ๒๕๕๖ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ ผบ.ดย.ทบ. รับว่าจะจ่ายค่ารักษาตามจริงไม่เกินครั้งละ ๓,๐๐๐ บาท โดยต้องน�ำ ใบเสร็จมาเบิก ๓) ผบ.ดย.ทบ. รับว่าจะช่วยเหลือเรื่องการประสานการเรียนดนตรีของบุตรสาวผู้ร้องและสนับสนุนค่าใช้จ่าย เรียนดนตรีสัปดาห์ละ ๑ วัน ๆ ละ ๒ ชั่วโมง ๖๐๐ บาทต่อวัน เพื่อพัฒนาความสามารถของบุตรสาวผู้ร้อง จนถึงสิ้นปี ๒๕๕๖ ผูร้ อ้ งยินดีและท�ำบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐาน ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัตคิ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเห็นควรให้ยุติเรื่อง อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยดุริยางค์ทหารบก พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามผนวกข้อ ๓ เกีย่ วกับบัญชีโรคหรือความผิดปกติหรือความพิการซึง่ ขัดต่อการเป็นนักเรียนดุรยิ างค์ทหารบก ข้อย่อย ๓.๑.๑.๓ ซึ่งระบุว่า “แผลเป็นหรือปานที่หน้ามีเนื้อที่ตั้งแต่ ๑.๕ ตารางนิ้วขึ้นไป หรือมีความยาวมาก จนดูหน้าเกลียด” เป็นระเบียบทีอ่ าจท�ำให้เกิดการเลือกปฏิบตั ทิ ไี่ ม่เป็นธรรม จึงมีความเห็นเสนอไปยังกองทัพบก เพื่อพิจารณาทบทวนระเบียบดังกล่าวให้เหมาะสม และสอดคล้องกับหลักการความเสมอภาคซึ่งรับรองไว้ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ ต่อไป คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาค�ำร้องและความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ แล้วเห็นว่า การ ที่บุตรสาวของผู้ร้องไม่ผ่า���การสอบคัดเลือกเป็นผลจากคะแนนสอบข้อเขียน มิใช่เพราะเหตุที่มีปานบนใบหน้า บุตรสาวผู้ร้องจึงไม่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพในการศึกษาแต่อย่างใด ประกอบเพื่อยุติความขัดแย้ง ผู้ร้องและผู้ถูก ร้องได้เจรจาไกล่เกลีย่ กันจนได้ขอ้ ยุติ และได้จดั ท�ำบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐานแล้ว ตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราช บัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงไม่มีการกระท�ำละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น กรณีระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยดุริยางค์ทหารบก พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามผนวกข้อ ๓ เกี่ยวกับบัญชีโรคหรือความ ผิดปกติ หรือความพิการซึ่งขัดต่อการเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารบก ข้อย่อย ๓.๑.๑.๓ ซึ่งระบุว่า “แผลเป็นหรือ ปานที่หน้ามีเนื้อที่ตั้งแต่ ๑.๕ ตารางนิ้วขึ้นไป หรือมีความยาวมากจนดูหน้าเกลียด” คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติเห็นว่า อาจท�ำให้เกิดการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะไปยังกองทัพบก เพื่อ พิจารณาทบทวนระเบียบดังกล่าว ให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับหลักความเสมอภาคซึ่งรับรองไว้ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ ต่อไป 57

Select target paragraph3