ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๑๘
ค�ำร้องที่ ๓๔๔/๒๕๕๓: กรณีผอู้ ำ� นวยการโรงเรียนของรัฐแห่งหนึง่ ไม่อนุญาตให้นกั เรียนทีน่ บั ถือ
ศาสนาอิสลามแต่งกายเครือ่ งแบบตามความเชือ่ ทางศาสนา
ผูร้ อ้ งร้องเรียนเมือ่ วันที่ ๒๘ มิถนุ ายน ๒๕๕๓ ว่าผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียน บ. ไม่อนุญาตให้นกั เรียนทีน่ บั ถือศาสนา
อิสลามแต่งกายเครื่องแบบตามความเชื่อทางศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๒ ที่ก�ำหนดเครื่องแบบส�ำหรับนักเรียนที่นับถือศาสนาอิสลาม
ไว้ว่า นักเรียนจะแต่งกายตามระเบียบดังกล่าวหรือจะแต่งกายตามแบบที่สถานศึกษาก�ำหนดได้ตามความสมัครใจ
ผู้ร้องจึงขอให้ตรวจสอบ
ความเห็นและมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นว่า (รายงานผลการพิจารณา ที่ ๔๕๗/๒๕๕๖)
การทีโ่ รงเรียน บ. ออกระเบียบและแนวปฏิบตั ใิ นการแต่งเครือ่ งแบบนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอน
ปลาย ว่าด้วยแนวปฏิบตั ติ นของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึง่ เป็นระเบียบทีอ่ อกก่อนระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย
เครือ่ งแบบนักเรียน พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงเป็นเหตุให้ไม่มขี อ้ ก�ำหนดตามข้อ ๑๒ ทีไ่ ด้กำ� หนดเรือ่ งเครือ่ งแบบของนักเรียนที่
นับถือศาสนาอิสลาม ดังนัน้ จึงเห็นควรให้ผถู้ กู ร้องพิจารณาแก้ไขระเบียบของโรงเรียนให้สอดคล้องกับระเบียบของ
กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เห็นว่าการออกระเบียบใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนานั้นจะต้อง
เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๗ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ตาม
ลักษณะค�ำร้องนี้อีก ควรให้กระทรวงศึกษาธิการติดตาม ก�ำกับดูแลทั้งหมดหรือออกระเบียบของแต่ละสถานศึกษา
ให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป
๑๙
ค�ำร้องที่ ๒๑๙/๒๕๕๖: กรณีผู้ร้องอ้างว่านักเรียนไม่ผ่านการคัดเลือกเพราะปานบนใบหน้า
เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ผู้ร้องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าบุตรสาวของตน
เรียนที่โรงเรียน ส. ได้สมัครสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารบก ในปีการศึกษา ๒๕๕๗ และปีการศึกษา
๒๕๕๖ ซึ่งบุตรสาวสอบไม่ผ่านทั้งสองครั้ง แต่ในการสอบเมื่อปีการศึกษา ๒๕๕๖ มีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนดุริยางค์
ทหารบก อ้างว่าเป็นอาจารย์ของโรงเรียนได้เรียกผู้ร้องไปพบและแจ้งว่าบุตรสาวของผู้ร้องท�ำคะแนนได้ดี น�้ำหนัก
ส่วนสูง ผิวพรรณ ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด แต่เนื่องจากบุตรสาวมีปานบนใบหน้า ท�ำให้ไม่ผ่านการคัดเลือก จากกรณี
ดังกล่าวผู้ร้องแจ้งว่าบุตรสาวมีอาการเครียด สภาพจิตใจย�่ำแย่ จนต้องเข้ารักษาที่สถาบันจิตเวชศาสตร์ และเข้ารับ
การรักษาปานบนใบหน้า จึงขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รับผิดชอบ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพจิ ารณาแล้วเห็นว่าเป็นประเด็นเกีย่ วกับสิทธิและเสรีภาพทางการศึกษา
จึงมอบหมายให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล
ด�ำเนินการตรวจสอบ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗
พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
56