กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งการจ�ำแนกขอบเขตของการเลือกปฏิบัติในมิติของกฎหมายสิทธิมนุษยชนกับการเลือกปฏิบัติในความหมายของ กฎหมายอื่น ซึ่งอาจมีแนวคิดและหลักการที่แตกต่างออกไป นอกจากนั้น จะได้ศึกษาว่ากฎหมายไทยฉบับต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการเลือกปฏิบัติซึ่งมีผลบังคับในปัจจุบันนั้น มีความเหมาะสมและครอบคลุมเพื่อการคุ้มครองผู้ถูกเลือก ปฏิบัติเพียงใด ๑.๒ กรอบแนวคิดการศึกษาวิจัย ในส่วนนี้ผู้วิจัยจะเริ่มจากการชี้ให้เห็นความหมายของการเลือกปฏิบัติ อันจะน�ำไปสู่การก�ำหนดกรอบแนวคิด การวิจัยต่อไป ๑.๒.๑ ความหมายของการเลือกปฏิบัติ (Discrimination) การเลือกปฏิบัติมีความหมายหลายนัย ขึ้นอยู่กับบริบทและมุมมองในการพิจารณา ส�ำหรับในทาง สังคมวิทยานั้น นักวิชาการ เช่น Rubin และ Hew stone ได้จ�ำแนกประเภทของการเลือกปฏิบัต4ิ บนพื้นฐานของทฤษฎี ความขัดแย้งเชิงความเป็นจริง (Realistic-Conflict Theory) และทฤษฎีตัวตนทางสังคม (Social-Identity Theory) ดังนี้ ๑. การแข่งขันในเชิงรูปธรรม (Realistic Competition) ถูกขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ ส่วนบุคคล ซึง่ มีจดุ มุง่ หมายในการได้ทรัพยากรเชิงวัตถุตา่ ง ๆ เช่น อาหาร สินค้า เขตแดน เพือ่ บุคคลในกลุม่ (The In-group) ดังนัน้ การเลือกปฏิบัติเป็นการให้สิทธิพิเศษแก่บุคคลอันเป็นสมาชิกในกลุ่มและตัวบุคคล นั้นเองเพื่อให้ได้มาหรือเข้าถึงซึ่งทรัพยากรดังกล่าว ๒. การแข่งขันเชิงสังคม (Social Competition) ถูกขับเคลื่อนโดยความต้องการความ ภาคภูมใิ จ (Self-Esteem) ซึง่ มีจดุ มุง่ หมายในการบรรลุถงึ สถานะทางสังคมในเชิงบวกส�ำหรับบุคคลในกลุม่ (The In-Group) เมื่อเปรียบเทียบกับบุคคลนอกกลุ่ม (The Out-Group) ๓. การเลือกปฏิบัติด้วยความยินยอม (Consensual Discrimination) ถูกขับเคลื่อนโดย ความต้องการความชัดเจน สะท้อนถึงความมั่นคง ความชอบธรรมของการจัดล�ำดับชั้นในกลุ่ม เช่น การ ปฏิบัติเป็นพิเศษต่อสมาชิกในกลุ่มที่มีสถานะสูงกว่าสมาชิกอื่น การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) มิได้เกิดขึ้นเฉพาะกรณีผู้ถูกเลือกปฏิบัติได้รับความเสียหายหรือ เป็นฝ่ายไม่ได้รับประโยชน์เท่านั้น ในทางวิชาการแล้ว การเลือกปฏิบัติยังคงเกิดขึ้นแม้ว่าบุคคลผู้ถูกเลือกปฏิบัติได้รับ ผลประโยชน์ก็ตาม มีนักวิชาการเสนอให้พิจารณาในเชิงเปรียบเทียบ โดยเน้นลักษณะของการปฏิบัติที่เสียเปรียบ (Disadvantage) กล่าวคือ บุคคลไม่จ�ำต้องได้รับผลเสียหรือผลร้าย (Harm) โดยแท้จริง จึงจะถือว่าถูกเลือกปฏิบัติ ตัวอย่างเช่น หากบุคคลตัดสินใจที่จะบริจาคเพื่อช่วยเด็กก�ำพร้า แต่ตัดสินใจบริจาคให้เด็กผิวสีน้อยกว่าบนพื้นฐาน ความคิดการแบ่งแยกสีผิว ดังนี้ก็ถือว่าเกิดการเลือกปฏิบัติขึ้นแล้ว แม้ว่าเด็กผิวสีนั้นจะได้รับเงินบริจาคก็ตาม5 4 From “General Comment No. 18 Non-discrimination (Thirty-seventh session, 1989)” Human Rights Committee 5 From “General Recommendation No. 14 (Art. 2, para. 1: Definition of discrimination)” Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination (CERD) 25

Select target paragraph3