กระทรวงยุุติิธรรม (ยธ.) โดยสำนัักงาน กิิ จ การยุุ ติิ ธ รรม ได้้ ด ำเนิิ น การในเชิิ ง นโยบาย เพื่่� อ ประชาสัั ม พัั นธ์์แ ละสร้้ า งการรัั บ รู้้� ใ ห้้ ป ระชาชน ปรัับเปลี่่�ยนทััศนคติิเกี่่�ยวกัับการใช้้โทษประหารชีีวิิต และจััดรัับฟัังความคิิดเห็็นต่่อหน่่วยงานที่่�รัับผิิดชอบ พิิจารณาแก้้ไขเพิ่่�มเติิมบทบััญญััติิในระยะที่่� 1 คืือ ปรัับ อััตราโทษความผิิดบางประเภทจากที่่�มีโี ทษประหารชีีวิติ สถานเดีียวเป็็นโทษอััตราขั้้นสู � งู สุุดประหารชีีวิติ เพื่่อ� ให้้ ผู้้�พิิพากษาสามารถใช้้ดุุลพิินิิจที่่�จะลงโทษประหารชีีวิิต ได้้โดยไม่่จำเป็็นต้้องวางโทษประหารชีีวิิตสถานเดีียว เท่่านั้้�น จากกฎหมาย 4 ฉบัับ ได้้แก่่ (1) ประมวล กฎหมายอาญา (2) ประมวลกฎหมายอาญาทหาร (3) พ.ร.บ. ว่่าด้้วยความผิิดบางประการต่่อการเดิินอากาศ พ.ศ. 2558 และ (4) พ.ร.บ. ยาเสพติิดให้้โทษ พ.ศ. 2522 และที่่�แก้้ไขเพิ่่�มเติิม โดยมีีการจััดเวทีีรับั ฟัังความคิิดเห็็น ในระดัับพื้้�นที่่� 3 จัังหวััด ได้้แก่่ เชีียงใหม่่ ขอนแก่่น และสงขลา รวมทั้้�งการจััดทำร่่างกฎหมายเพื่่อ� ปรัับปรุุง โทษประหารชีีวิิต 2.2 การดำเนิินการในปีี 2564 สำนัักงานกิิจการยุุติธิ รรม ได้้ดำเนิินการ ที่่�เกี่่�ยวกัับการเปลี่่�ยนแปลงโทษประหารชีีวิิตระยะที่่� 1 โดยได้้จัดรั ั บั ฟัังความคิิดเห็็นของหน่่วยงานที่่�รับั ผิิดชอบ รวมถึึงสร้้ า งการรัั บ รู้้�และเผยแพร่่ ป ระชาสัั ม พัั นธ์์ ผลการดำเนิินงานเกี่่ย� วกัับโทษประหารชีีวิติ แก่่ประชาชน และสำรวจความคิิ ด เห็็ น ของประชาชนร่่ ว มกัั บ ศููนย์์สำรวจความคิิดเห็็น “นิิด้้าโพล” สถาบัันบััณฑิิต พัั ฒ นบริิ ห ารศาสตร์์ เรื่่� อ ง “การคงไว้้ หรืื อยกเลิิ ก โทษประหารชีีวิิต” ระหว่่างเดืือนกรกฎาคม - สิิงหาคม 2564 จากประชาชนที่่�มีอี ายุุ 18 ปีีขึ้้น� ไป กระจายทุุกระดัับ การศึึกษา อาชีีพ และรายได้้ รวม 2,002 หน่่วยตััวอย่่าง ด้้ ว ยวิิ ธีี ก ารสัั ม ภาษณ์์ ท างโทรศัั พท์์ ผลการสำรวจ ความคิิดเห็็นพบว่่า ทััศนคติิเกี่่�ยวกัับโทษประหารชีีวิิต ในภาพรวม ร้้อยละ 50.73 เห็็นว่่า การลงโทษหรืือการใช้้ วิิธีีการอื่่�น ๆ ที่่�มีีอยู่่�ในปััจจุุบัันที่่�ไม่่ใช่่การประหารชีีวิิต ผลสำรวจในส่่วนความคิิดเห็็นเกี่่�ยวกัับ ฐานความผิิ ดที่่� ป ระชาชนเห็็ น ควรให้้ ค งไว้้ ซึ่่� ง โทษ ประหารชีี วิิ ตส ถานเดีี ย วมากที่่� สุุ ด คืือ การกระทำ อนาจารหรืือข่่มขืืนกระทำชำเราผู้้�อื่่�นหรืือเด็็กที่่�มีีอายุุ ยัังไม่่เกิิน 13 หรืือ 15 ปีี โดยใช้้อาวุุธหรืือรุุมโทรม จนเป็็นเหตุุให้้ผู้้�นั้้นถึึ � งแก่่ความตาย (มีีผู้้�ตอบร้้อยละ 75.20) รองลงมา คืือ การฆ่่าผู้้�อื่่�นโดยไตร่่ตรองไว้้ก่่อน หรืือ ฆ่่าบุุพการีี หรืือเจ้้าพนัักงานขณะปฏิิบััติิหน้้าที่่� เป็็นต้้น (มีีผู้้�ตอบร้้อยละ 72.67) ส่่วนฐานความผิิดที่่�ประชาชน เห็็นควรเปลี่่�ยนเป็็นโทษจำคุุกตลอดชีีวิิตเท่่านั้้�น คืือ กรณีีสมาชิิกรััฐสภา สมาชิิกองค์์กรปกครองส่่วนท้อ้ งถิ่่น� ตุุลาการ พนัักงานอััยการ หรืือพนัักงานสอบสวน เรีียกรัับ หรืือยอมจะรัับทรััพย์์สิิน หรืือประโยชน์์อื่่�นใดสำหรัับ ตนเองหรืือผู้้�อื่่�น เพื่่�อกระทำการหรืือไม่่กระทำการ อย่่างใดในตำแหน่่ง ไม่่ว่า่ จะใช้้อำนาจในตำแหน่่งโดยชอบ หรืือมิิชอบก็็ตาม (มีีผู้้�ตอบร้้อยละ 59.10) รองลงมา คืือกรณีีเจ้้าพนัักงานที่่�ใช้้อำนาจในตำแหน่่งโดยมิิชอบ เพื่่� อ ให้้ บุุ ค คลใดมอบทรัั พย์์ สิิ นหรืื อประโยชน์์ อื่่� น ใด แก่่ตนหรืือผู้้�อื่่�น ��ป็็นต้้น (มีีผู้้�ตอบร้้อยละ 57.06) ผลสำำ�รวจในส่่วนความคิิดเห็็น เกี่่�ยวกัับฐานความผิิดที่่�ประชาชน เห็็นควรให้้คงไว้้ซึ่่�งโทษประหารชีีวิิต สถานเดีียวมากที่่�สุุด คืือ การกระทำำ�อนาจาร หรืือข่่มขืืนกระทำำ�ชำำ�เรา ผู้้�อื่่�นหรืือเด็็กที่่�มีีอายุุ ยัังไม่่เกิิน 13 หรืือ 15 ปีี 3 บทที่่� การประเมิินสถานการณ์์ด้้านสิิทธิิพลเมืืองและสิิทธิิทางการเมืือง ปีี 2563 2.1 การตอบรัับข้้อเสนอแนะในรายงาน ไม่่ ส ามารถยัั บ ยั้้� ง พฤติิ ก รรมชั่่� วร้้ า ยของผู้้�กระทำ ความผิิดได้้ ร้้อยละ 46.44 เห็็นว่่า การใช้้โทษประหาร ชีีวิิตเป็็นการเยีียวยาความรู้้�สึึกของครอบครััวผู้้�เสีียหาย ที่่�ได้้รัับจากการกระทำของผู้้�กระทำความผิิด ร้้อยละ 43.33 ไม่่เห็็นด้้วยกัับกรณีีว่่าโทษประหารชีีวิิตเป็็น การปฏิิบััติิที่่�ผิิดหลัักสิิทธิิมนุุษยชน และร้้อยละ 30.85 ไม่่ เ ห็็ น ด้้ ว ยกัั บ กรณีี ว่่ า การประหารชีี วิิ ต ไม่่ ท ำให้้ อาชญากรรมลดลง รายงานผลการประเมิินสถานการณ์์ ด้้านสิิทธิิมนุุษยชนของประเทศไทย ปีี 2564 2. การดำเนิินการที่่�สำคััญ 75

Select target paragraph3