4.1 รััฐบาลโดยกระทรวงยุุติธิ รรม ควรดำเนิินการ ทบทวนหลัั ก เกณฑ์์ ที่่� อ าจมีี ข้้ อ จำกัั ด ในการเป็็ น ผู้้�มีีสิิทธิิหรืือเงื่่�อนไขในการได้้รัับการช่่วยเหลืือ รวมทั้้�ง พิิจารณาเพิ่่�มช่่องทางการเข้้าถึึงให้้แก่่ประชาชน ในการ ยื่่�นเรื่่�อง และประสิิทธิิภาพในการขอรัับความช่่วยเหลืือ ตาม พ.ร.บ. ค่่าตอบแทนผู้้�เสีียหาย และค่่าทดแทน และค่่าใช้้จ่่ายแก่่จำเลยในคดีีอาญา พ.ศ. 2544 และ พ.ร.บ. กองทุุนยุุติิธรรม พ.ศ. 2558 อาทิิ การปรัับปรุุง องค์์ประกอบของคณะอนุุกรรมการให้้ความช่่วยเหลืือ ประจำจัังหวััดให้้มีีความสมดุุลระหว่่างตััวแทนภาครััฐ และภาคเอกชนมากขึ้้�น การจััดทำมาตรฐานสำหรัับ งานล่่ า มในกระบวนการยุุ ติิ ธ รรม เพื่่� อ ให้้ ผู้้�ต้้ อ งหา ตลอดทั้้�งกระบวนการยุุติิธรรม ตั้้�งแต่่ชั้้�นจัับกุุมและ ชั้้�นสอบสวนของตำรวจไปจนถึึงชั้้�นพิิพากษาของศาล สามารถใช้้ บ ริิ ก ารล่่ า มแปลภาษาได้้ ซึ่่� ง รวมถึึงล่่ า ม สำหรัับผู้้�พิิการในการรัับรู้้� เช่่น ล่่ามภาษามืือสำหรัับ ผู้้�พิิการทางการได้้ยิิน เป็็นต้้น คณะกรรมการสิิทธิิมนุุษยชนแห่่งชาติิ National Human Rights Commission of Thailand 4.2 รััฐบาลโดยกระทรวงยุุติธิ รรม ควรพิิจารณา ศึึกษาความเป็็นไปได้้ในการนำมาตรการอื่่�นแทนการ นำโทษจำคุุ ก มาใช้้ ใ นคดีี อ าญาตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในช่่ ว งก่่ อ นพิิ จ ารณาคดีี เพื่่� อ ลดจำนวน ผู้้�ถูู ก กัั ก ขัั ง ระหว่่ า งการสอบสวนและผู้้�ต้้ อ งขัั ง ที่่� ถูู ก พิิพากษาคดีีถึึงที่่�สุุดโดยไม่่จำเป็็น และให้้สอดคล้้อง กัับกติิกา ICCPR 58 4.3 รััฐบาลโดยกระทรวงยุุติิธรรม ควรใช้้ กลไกของคณะกรรมการพััฒนาการบริิหารงานยุุติธิ รรม แห่่ ง ชาติิ (กพยช.) ในการช่่ ว ยติิ ดต ามและพัั ฒ นา ระบบเทคโนโลยีี รวมถึึงฐานข้้อมููลสำหรัับการอำนวย ความยุุติธิ รรม และในส่่วนของสำนัักงานตำรวจแห่่งชาติิ ควรกำชัั บ ให้้ พนัั ก งานสอบสวนแต่่ ล ะพื้้� นที่่� ร ายงาน และติิ ดต ามความคืืบหน้้ า ของคดีี ใ ห้้ ผู้้�บัั ง คัั บ บัั ญ ชา รัั บ ทราบเป็็ น ระยะ โดยเฉพาะในส่่ วนที่่� พนัั ก งาน สอบสวนได้้ ท ำการอายัั ดตัั วผู้้�ต้้ อ งหาหรืือผู้้�ต้้ อ งขัั ง ในเรืือนจำ ต้้องกำชัับให้้เร่่งรััดการสอบสวนในคดีีอื่่�น ที่่�ยัังดำเนิินการไม่่แล้้วเสร็็จโดยเร็็วและเป็็นธรรมแก่่ ผู้้�ต้้องหาหรืือผู้้�ต้้องขััง และกำชัับให้้ปฏิิบััติิตามคำสั่่�ง สำนัั ก งานตำรวจแห่่ ง ชาติิ ที่่� 419/2556 ลงวัั นที่่� 1 กรกฎาคม 2556 อย่่างเคร่่งครััด 4.4 รััฐบาลโดยกระทรวงยุุติธิ รรม ควรพิิจารณา ปรัับปรุุงสภาพเรืือนจำให้้สอดคล้้องกัับข้้อกำหนดขั้้�นต่่ำ ขององค์์การสหประชาชาติิในการปฏิิบััติิต่่อผู้้�ต้้องขััง หรืือข้้อกำหนดแมนเดลา (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners Mandela Rules) และข้้ อ กำหนดสหประชาชาติิ ว่่าด้้วยการปฏิิบััติิต่่อผู้้�ต้้องขัังหญิิงและมาตรการที่่�มิิใช่่ การคุุ ม ขัั ง สำหรัั บ ผู้้�กระทำผิิ ดหญิิ ง หรืือข้้ อ กำหนด กรุุงเทพ (Bangkok Rules) ทั้้�งการจััดหาอุุปกรณ์์ ที่่�จำเป็็นสำหรัับการดููแลสุุขภาพตนเองของผู้้�ต้้องขััง ในเรืือนจำ และการจััดสถานที่่�อยู่่�อาศััยให้้เหมาะสม สอดคล้้องกัับปริิมาณผู้้�ต้้องขััง รวมไปถึึงการแยกวิิธีี การปฏิิบัติั ที่่ิ ชั� ดั เจนระหว่่างผู้้�ต้อ้ งหาที่่�ถููกกัักขัังระหว่่าง การสอบสวนและผู้้�ต้้ อ งโทษที่่� ไ ด้้ รัั บ คำพิิ พ ากษา ถึึงที่่�สุุดแล้้ว 4.5 รััฐบาลโดยกระทรวงยุุติธิ รรม ควรศึึกษา และพิิ จ ารณาปรัั บ ใช้้ ก ลไกการพัั ก การลงโทษกรณีี มีีเหตุุพิิเศษและการสร้้างงานสร้้างอาชีีพให้้กัับเรืือนจำ และทััณฑสถานทุุกแห่่ง เพื่่�อขยายโอกาสให้้ผู้้�ต้้องขััง ในพื้้�นที่่�อื่่�นได้้รัับการฝึึกทัักษะอาชีีพหรืือการทำงาน ในด้้านต่่าง ๆ เมื่่อ� ได้้รับั การปล่่อยตััวจะช่่วยให้้ประกอบ อาชีีพและมีีรายได้้ รวมทั้้�งลดโอกาสในการกระทำผิิดซ้้ำ นอกจากนี้้� ควรมอบหมายหน่่วยงานที่่�เกี่่�ยวข้้องให้้มีี การศึึกษาปรัับปรุุงแก้้ไขทะเบีียนประวััติิอาชญากร และประเมิิ นผู้้�ที่่� จ ะได้้ รัั บ การปล่่ อ ยตัั ว โดยจำแนก ตามคดีี พฤติิ ก ารณ์์ แ ห่่ ง คดีี หรืือการผ่่ า นหลัั ก สูู ต ร การสร้้างอาชีีพ ให้้สามารถปรัับตััวเข้้ากัับสัังคมภายนอกได้้ 3.2 การกระทำทรมานและการบัังคัับให้้สููญหาย 1. สถานการณ์์/ปััญหา 1.1 การกระทำทรมาน ในเดืือนสิิ ง หาคม 2564 มีี ร ายงาน การกระทำทรมานของเจ้้าหน้้าที่่�ตำรวจชุุดเฉพาะกิิจ ปราบปรามยาเสพติิ ด ของ สภ.เมืืองนครสวรรค์์ ในระหว่่ า งการปฏิิ บัั ติิ หน้้ า ที่่� โดยมีี ก ารใช้้ ถุุ ง ดำ ครอบศีี ร ษะผู้้�ต้้ อ งสงสัั ย คดีี ย าเสพติิ ดจน เป็็ น เหตุุ ใ ห้้

Select target paragraph3