94
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
(๓) การยกเลิกข้อสงวน ข้อ ๑๖ เรือ่ ง สิทธิทางครอบครัวและการสมรส ของอนุสญั ญา
ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบตั ติ อ่ สตรีในทุกรูปแบบ เมือ่ วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๕ ก�ำหนดให้ผหู้ ญิง ผูช้ าย
มีสทิ ธิเท่าเทียมกันในเรือ่ งต่างๆ เกีย่ วกับการสมรส การขาดจากการสมรส การมีบตุ ร ความรับผิดชอบต่อบุตร
การเลือกใช้นามสกุล การประกอบอาชีพ การจัดการทรัพย์สิน กรณีตัวอย่างเช่น การบังคับใช้กฎหมาย
เพื่อให้สตรีได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างแท้จริง ได้แก่ การบังคับค่าเลี้ยงดูจากฝ่ายชายในกรณีหย่าร้าง
ซึ่งฝ่ายชายตกลงหรือศาลสั่งให้ส่งค่าเลี้ยงดูบุตร เป็นต้น
(๔) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ ให้ข้าราชการและลูกจ้างราชการ
ชายได้รับอนุญาตลาไปช่วยเหลือภรรยาที่คลอดบุตร โดยมีสิทธิได้รับเงินเดือนในระหว่างลา
ได้ไม่เกิน ๑๕ วันท�ำการ
(๕) การประกาศ กฎ ก.ร. ว่าด้วยวินัยข้าราชการรัฐสภาสามัญ พ.ศ. ๒๕๕๕ ก�ำหนด
ให้การละเมิดทางเพศ ในสถานที่ท�ำงานเป็นความผิดวินัยและก�ำหนดบทลงโทษไว้ส�ำหรับข้าราชการ
สังกัดรัฐสภา และ กสม. ได้มีมติให้น�ำมาใช้กับข้าราชการ กสม. ด้วย ต่อเนื่องจากกฎ ก.พ. ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่
ปี ๒๕๕๓
(๖) การจั ด ตั้ ง กองทุ น พั ฒ นาบทบาทสตรี รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
ซึ่ง กสม. ได้ร่วมกับเครือข่ายสตรีจัดท�ำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
เสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กองทุนพัฒนาสตรีเป็นมาตรการพิเศษในการส่งเสริมความเสมอภาคส�ำหรับ
กลุ่มผู้หญิงที่ต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เป็นกลไกส�ำคัญที่จะช่วยให้สตรีที่อยู่ในภาวะยากล�ำบากและ
ขาดโอกาสได้รับการส่งเสริมศักยภาพ พัฒนาบทบาทและคุณภาพชีวิตเพื่อให้ได���รับโอกาสทัดเทียมกับ
ผู้หญิงอื่นในสังคม แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าองค์กรเอกชนด้านสตรีเห็นว่ากองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นนี้
มิได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสตรีที่อยู่ในภาวะยากล�ำบากและขาดโอกาสอย่างแท้จริง สตรีบางกลุ่ม
เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงกองทุนนี้ได้จึงอาจมีการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้น