83
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
๓)
การประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์
ประเทศไทยมีพันธกรณีตามอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสตรี
และเด็ก และค�ำมั่นในการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่ได้จากกระบวนการ
UPR ที่จะต้องขจัดการค้ามนุษย์และคุ้มครองเด็กและสตรีจากการถูก
แสวงประโยชน์ทางเพศและทางเศรษฐกิจ และมีความพยายามที่จะ
แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์โดยได้ออกกฎหมายป้องกันและปราบปราม
การค้ามนุษย์ เมื่อปี ๒๕๕๑ กฎหมายดังกล่าวได้ก�ำหนดรายละเอียด
เกี่ยวกับการกระท�ำที่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์และบทลงโทษส�ำหรับ
การกระท�ำความผิดดังกล่าว รวมถึงการก�ำหนดแนวทางการช่วยเหลือและ
คุ้มครองสวัสดิภาพของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ แม้ว่าประเทศไทย
จะได้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมา ๕ ปีแล้ว แต่การค้าหญิงและเด็ก
เพื่อแสวงประโยชน์ทางเพศและการค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงานยังคง
เป็นปัญหาส�ำคัญในประเทศไทย รัฐจึงควรให้ความส�ำคัญกับการบังคับใช้
กฎหมายเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจังในปีที่จัดท�ำรายงาน
การด�ำเนินคดีกบั ผูก้ ระท�ำความผิดฐานค้ามนุษย์ยงั มีจำ� นวนค่อนข้างน้อย
เมื่อเปรียบ���ทียบกับสภาพปัญหาที่เป็นอยู่
จากการตรวจเยี่ยมบ้านเกร็ดตระการ โดยคณะอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิเด็ก สตรี
และความเสมอภาคของบุคคลของ กสม. เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งมีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เข้าฝึก
อาชีพก่อนส่งตัวกลับประเทศต้นทาง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
การพิจารณาคดีการค้ามนุษย์ เช่น ควรมีการคัดแยกผู้เสียหายตั้งแต่ที่ได้รับแจ้ง และควรให้ทีมสหวิชาชีพ
และทีมนักกฎหมายมาร่วมการคัดแยก รวมทั้งควรจัดให้มีการสืบพยานไว้ก่อนฟ้อง ปัญหาการสื่อสาร
ระหว่างพนักงานสอบสวนกับสถานคุ้มครองฯ เกี่ยวกับความคืบหน้าในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์