82
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
เกี่ยวกับกฎหมายไทย การค้ามนุษย์เพื่อน�ำมาบังคับให้บริการทางเพศยังคงเป็นปัญหาส�ำคัญ โดยผู้ที่
ถูกค้าเป็นผู้หญิงและเด็ก ทั้งจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม และพม่า เป็นต้น
ผู้เสียหายที่เป็นคนไทยมักถูกหลอกว่า จะได้ท�ำงานในต่างประเทศและต้องเสียค่านายหน้าจ�ำนวนมาก
แต่เมื่อไปถึงแล้วต้องตกเป็นหนี้นายจ้างและถูกบังคับใช้แรงงานหรือถูกบังคับให้ค้าบริการทางเพศ ประเทศ
ที่พบว่ามีคนไทยถูกหลอกในกรณีเช่นนี้ เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา จีน บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย
เยอรมนี ญี่ปุ่น คูเวต กาตาร์ ลิเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน อิสราเอล แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้
สหรัฐอเมริกา เป็นต้น
รายงานระบุว่า ประเทศไทยไม่ได้ด�ำเนินการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ตามมาตรฐานขั้นต�่ำที่กฎหมาย
สหรัฐฯ ก�ำหนด และรัฐบาลไทยไม่ได้แสดงหลักฐานที่จะยืนยันถึงความพยายามในเรื่องดังกล่าว แม้ว่า
ไทยจะมีการสอบสวนกรณีการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นจาก ๘๓ เรื่อง ในปี ๒๕๕๔ เป็น ๓๐๕ เรื่อง ในปี ๒๕๕๕
แต่ไทยมีการฟ้องคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ลดลงจาก ๖๗ คดี ในปี ๒๕๕๔ เหลือเพียง ๒๗ คดี ในปี ๒๕๕๕
และมีการลงโทษผู้กระท�ำผิดลดลงจาก ๑๒ รายในปี ๒๕๕๔ เหลือเพียง ๑๐ ราย ในปี ๒๕๕๕ แม้ว่า
รัฐบาลจะได้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวย้ายถิ่นมากกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ราย แต่รัฐบาลยังไม่ได้ควบคุม
นายหน้าแรงงานอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวย้ายถิ่น
ที่ค่อนข้างสูง การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐและปัญหาการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
กับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
ในด้านการคุ้มครองผู้เสียหาย กฎหมายไทยให้ความคุ้มครองเหยื่อของการค้ามนุษย์ให้ไม่ต้องถูก
ด�ำเนินคดีในการกระท�ำความผิดนั้น แต่การด�ำเนินการเพื่อคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ออกจาก
ผู้กระท�ำความผิดอื่นยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร แม้ว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับ
วิธีการคัดแยกผู้เสียหายแล้วก็ตาม จึงท�ำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับความคุ้มครองและกลายเป็นผู้กระท�ำ
ความผิด ในปี ๒๕๕๕ รัฐบาลสามารถคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้เพียง ๕๗ ราย จากคนต่างด้าว
โยกย้ า ยถิ่ น ฐานที่ อ ยู ่ ใ นสถานกั ก ตั ว ของส� ำ นั ก งานต� ำ รวจตรวจคนเข้ า เมื อ งที่ จ ะถู ก ส่ ง กลั บ จ� ำ นวน
๓๙๗,๑๖๗ ราย
สถานที่ พั ก พิ ง ส� ำ หรั บ ผู ้ เ สี ย หายจากการค้ า มนุ ษ ย์ ข องรั ฐ บาลมั ก มี ข ้ อ จ��� ำ กั ด ด้ า นบุ ค ลากร
จึ ง ไม่ ส ามารถให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ผู ้ เ สี ย หายจากการค้ า มนุ ษ ย์ ไ ด้ อ ย่ า งเพี ย งพอ รั ฐ บาลได้ อ นุ ญ าตให้
ชายต่างด้าวที่ถูกค้าเพื่อใช้แรงงานสามารถท�ำ งานนอกสถานที่พักพิงเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่รอ
การพิจารณาคดีได้ โดยจ�ำนวนผู้ที่ได้รับใบอนุญาตท�ำงานเพิ่มขึ้นจาก ๓๐ ราย ในปี ๒๕๕๔ เป็น ๑๐๗ ราย
ในปี ๒๕๕๕แต่หญิงต่างด้าวที่ถูกค้าเพื่อการให้บริการทางเพศยังไม่ได้รับอนุญาตให้ท�ำงานนอกสถานที่
พักพิงได้