79
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
ซึง่ ออกตามพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึง่ มีผลให้คนรับใช้ตามบ้าน ประมาณ ๔.๔ แสนคน
ทั่วประเทศ มีวันหยุดประจ�ำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง วันหยุดตามประเพณีปีละไม่น้อยกว่า
๑๓ วัน การท�ำงานในวันหยุดต้องได้รับเงินค่าท�ำงานในวันหยุด เป็นต้น ความพยายามแก้ไขปัญหา
การหลอกลวงแรงงานไทยไปท�ำงานในต่างประเทศด้วยการใช้มาตรการลงโทษอย่างจริงจัง การแก้ไข
ปัญหาแรงงานข้ามชาติโดยกระบวนการพิสูจน์สัญชาติ เป็นต้น หากพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐบาลได้พยายาม
ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน แต่ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนยังปรากฏให้เห็น เช่น
การจ�ำกัดสิทธิในการเดินทางของแรงงานข้ามชาติ การหลอกลวงแรงงานไทยไปท�ำงานต่างประเทศ
การค้ า มนุษ ย์ ความล่าช้าในการออกกฎกระทรวงเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงานตามพระราชบัญญัติ
คุ ้ ม ครองผู ้ รั บ งานไปท� ำ งานที่ บ ้ า น พ.ศ. ๒๕๕๓ ท� ำ ให้ แรงงานนอกระบบยั ง คงไม่ ไ ด้ รั บ การคุ ้ ม ครอง
การไม่บังคับใช้พระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นกฎหมายที่สร้างหลักประกัน
รายได้ขั้นต่ำรายเดือนที่ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ ๒๔ ล้านคน ในยามชราหรือเกษียณอายุตั้งแต่
๖๐ ปี ขึ้ น ไป ความล่ า ช้ า ในการพิ จ ารณาร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกั น สั ง คม (ฉบั บ ประชาชนเสนอ)
นอกจากนี้ การไม่ให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยเสรีภาพ
ในการสมาคมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วม
เจรจาต่อร��ง ท�ำให้แรงงานโดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติไม่สามารถใช้สิทธิในการรวมตัวเจรจาต่อรอง
จึงมีความเห็นว่า สิ่งที่กระทรวงแรงงานหรือรัฐบาลควรได้ตระหนัก คือ ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้าง
และระบบแรงงานด้วยการสร้างความคุ้มครองทางสังคมและความมั่นคงของแรงงาน ทั้งในด้านของ
การคุ้ ม ครองสิ ท ธิ เ สรี ภ าพในการรวมกลุ่ ม การเจรจาต่ อ รองร่ ว ม การยึ ด หลั ก การทำ�งานที่ มี คุ ณ ค่ า
(decent work) มาเป็นหลักการสำ�คัญในการกำ�หนดนโยบาย กฎหมาย แผนงาน และมาตรการต่างๆ
ของรั ฐ จึ ง จะสามารถสร้ า งความเป็ น ธรรมให้ กั บ สั ง คมไทย และเพื่ อ เป็ น รองรั บ การเปิ ด สู่ ป ระชาคม
เศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘