39 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕ หลังเกิดเหตุ แกนน�ำและผู้บาดเจ็บบางคนได้ร้องเรียนต่อ กสม. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี การประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงดังกล่าวว่าเป็นการขัดขวางการใช้สิทธิและเสรีภาพว่าด้วยการชุมนุม โดยสงบ ปราศจากอาวุธ และนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กรณีเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ ใช้ก�ำลังควบคุมการชุมนุมเกินกว่าเหตุ ทั้งเป็นการคุกคามเสรีภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ๙ (๓) การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับอ�ำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ หลังจากร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติถูกคัดค้านและไม่ได้น�ำเสนอใน รัฐสภา ในเดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานรัฐสภาร่วมกันเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยให้เพิ่มเติมหมวด ๑๖ การจั ด ท� ำ รั ฐ ธรรมนู ญ ฉบั บ ใหม่ และให้ มี ส ภาร่ า งรั ฐ ธรรมนู ญ ต่ อ มามี บุ ค คลและคณะบุ ค คล ๑๐ ที่ไม่เห็นด้วย ยื่นค�ำร้องต่ออัยการสูงสุดและศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระท�ำอันขัดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง ๑๑ ต่อมา อัยการสูงสุดพิจารณาเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่สมบูรณ์ ไม่อาจให้ความเห็นได้ จึงไม่ส่งค�ำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ศาลฯ มีมติรับค�ำร้องดังกล่าวไว้ โดยเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคสอง ๑๒ เปิดโอกาสให้ผู้ทราบการกระท�ำฯ มีสิทธิเสนอได้ ทั้งเสนอเรื่องให้ อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นค�ำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งขอให้รัฐสภาระงับการพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนจนกว่าศาลฯ จะมีค�ำวินิจฉัย ๑๓ การมีมติข้างต้นน�ำมาสู่ข้อถกเถียงเรื่องเขตอ�ำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ ในประเด็นนี้ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ประธานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ศาลฯ ไม่มีเจตนาจะ ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องไต่สวนข้อเท็จจริงว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองฯ ตามที่กล่าวหาหรือไม่ ส่วนด้านรัฐสภาสมาชิกมีความเห็นเป็น ๒ ฝ่าย พรรคฝ่ายรัฐบาล ๙ หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน ฉบับที่ ๑๒๒๔ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕, หน้า ๗ - ๘ ๑๐ ได้แก่ ๑) พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม และคณะ ๒) นายวันธงชัย ช�ำนาญกิจ ๓) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๔) นายวรินทร์ เทียมจรัส และ ๕) นายบวร ยสินทร และคณะ รวม ๕ ค�ำร้อง ๑๑ “บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญนี้หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอ�ำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นี้ มิได้” ๑๒ “ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระท�ำการตามวรรคหนึ่ง ผู้ทราบการกระท�ำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นค�ำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระท�ำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือน การด�ำเนินคดีอาญาต่อผู้กระท�ำการดังกล่าว” ๑๓ หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับที่ ๗๖๖๔ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕

Select target paragraph3