32
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
ในการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายในประเทศ กสม. จะท�ำการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๕ แล้วน�ำมาวิเคราะห์และประเมินโดยมี
กรอบและเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน ดังนี้
E
กรอบ เกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามหลักกฎหมาย
ระหว่างประเทศที่ใช้กันทั่วไปใน ๓ ประเด็น ดังนี้
(๑) หน้าที่ในการเคารพสิทธิ (Obligation to respect) หมายถึง การที่รัฐไม่เข้าไปแทรกแซง
การใช้สิทธิของประชาชน
(๒) หน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิ (Obligation to protect) การที่รัฐมีมาตรการดูแลไม่ให้เกิด
การละเมิดสิทธิโดยบุคคลที่สาม
(๓) หน้าที่ในการท�ำให้สิทธิเกิดผลในทางปฏิบัติ (Obligation to fulfill) หมายถึง การที่รัฐ
ต้องด�ำเนินการรับรองหรือประกันสิทธิของประชาชนด้วยการสร้างกรอบทางกฎหมายและ
นโยบาย รวมถึงการมีมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสิทธิดังกล่าว การช่วยให้
ประชาชนสามารถเข้าถึงและได้ใช้สิทธิและเสรีภาพที่ได้รับการรับรองในกฎหมายภายใน
และตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
E
เกณฑ์ ที่ใช้ในการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามที่ก�ำหนดสิทธิต่างๆ ที่ได้รับ
การคุ้มครองทั้งตามกฎหมายภายในของไทยและตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
สิทธิต่างๆ ที่รัฐมีหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองตามกรอบที่ใช้ในการประเมินกรอบแรกนั้น
คือ สิทธิที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งปรากฏในหมวดที่
๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวดที่ ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ซึ่งก�ำหนดแนวทาง
การด�ำเนินการของรัฐเพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนดังกล่าว นอกจากนี้ ยังรวมถึง
สิทธิที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนสิทธิที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองตามพันธกรณี
ระหว่ า งประเทศ คื อ สิ ท ธิ ที่ ป รากฏอยู ่ ใ นสนธิ สั ญ ญาระหว่ า งประเทศด้ า นสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนฉบั บ ต่ า งๆ
ที่ ป ระเทศไทยเป็ น ภาคี ทั้ ง นี้ ปั จ จุ บั น ประเทศไทยได้ เข้ า เป็ น ภาคี ส นธิ สั ญ ญาระหว่ า งประเทศด้ า น
สิทธิมนุษยชนหลัก ๗ ฉบับ จากทั้งหมด ๙ ฉบับ ได้แก่