16
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
๒.๒ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ในปี ๒๕๕๕ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมมีสถานการณ์ที่เป็น
ความก้าวหน้า คือ การออกกฎหมายจัดตั้งองค์กรการปฏิรูปกฎหมาย (คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย)
เพื่อเป็นกลไกหลักในการท�ำหน้าที่ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ ซึ่งรวมถึงกฎหมายที่ใช้ใน
กระบวนการยุ ติ ธ รรมเพื่ อ เป็ น การกระจายโอกาสในการเข้ า ถึ ง กระบวนการยุ ติ ธ รรมของประชาชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความส�ำคัญต่อข้อเสนอเกี่ยวกับการยกเลิกพันธนาการผู้ต้องขังด้วยตรวน การออก
มาตรการเพื่อรองรับข้อก�ำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)
ส�ำหรับสิ่งที่เป็นความถดถอยของสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุติธรรม คือ
การที่รัฐบาลยังไม่ได้เร่งด�ำเนินการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ส�ำเร็จลุล่วงตามที่รัฐธรรมนูญ
ก�ำหนด และการน�ำนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภามาด�ำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม มีผลท�ำให้
สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมของบุคคลไม่ได้รับความคุ้มครองตามขอบเขตของสิทธิจากการบังคับ
ใช้กฎหมายและการปฏิบัติในการอ�ำนวยความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนจึงไม่ได้รับประโยชน์
หรือความคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมนี้อย่างเต็มที่ รวมทั้งในกรณีที่รัฐได้น�ำพระราชก�ำหนดการ
บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ มาใช้กับเหตุการณ์การชุมนุมเพื่อเรียกร้องทางการเมือง
และเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท�ำให้มีบุคคลต้องตกในสถานะเป็นผู้ต้องสงสัยและ
ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำการฝ่าฝืนกฎหมายฉบับนี้เป็นจ�ำนวนมาก นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติยังคงได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระท�ำการซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัย หรือผู้ต้องขัง
ทั้งในขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจและที่เกิดขึ้นภายในเรือนจ�ำหรือทัณฑสถาน แม้ใน
การตรวจสอบจะพบข้อจ�ำกัดหลายประการจนไม่อาจชี้ชัดได้ว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่
แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ย่อมอาจชี้ให้เห็นได้ว่า มาตรการการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐใน
กระบวนการยุติธรรมยังมีความไม่ถูกต้องเกิดข้อผิดพลาดหลายประการ รวมทั้งการที่กระทรวงยุติธรรม
ได้จัดตั้งเรือนจ�ำชั่วคราวหลักสี่ขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่ส�ำหรับควบคุมตัวบุคคลซึ่งถูกกล่าวว่าเกี่ยวข้องกับ
เหตุ ก ารณ์ ชุ ม นุ ม ทางการเมื อ งและบุ ค คลที่ ถู ก กล่ า วหาว่ า กระท� ำ ผิ ด ตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา ๑๑๒ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระท�ำความผิด
ซึ่ ง ควรได้ รั บ การปล่ อ ยชั่ ว คราวในทั น ที แ ละท� ำ การคุ ม ขั ง ��ป็ น ข้ อ ยกเว้ น อั น เป็ น สิ ท ธิ ขั้ น พื้ น ฐานใน
กระบวนการยุ ติ ธ รรมตามรั ฐ ธรรมนู ญ ฯ รวมถึ ง แนวความคิ ด ยกเลิ ก โทษประหาร รั ฐ บาลจะต้ อ งมี
กระบวนการขั้นตอนในการพิจารณาด�ำเนินการภายในระยะเวลาที่ก�ำหนด แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏ
ว่ารัฐบาลจะได้เร่งด�ำเนินการในเรื่องดังกล่าว กสม. จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะในเรื่องนี้ว่า รัฐจะต้อง
ให้ความคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของบุคคล โดยก�ำหนดให้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่เร่งด่วน
และส�ำคัญ และเข้ามามีบทบาทด�ำเนินการ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเพื่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ