ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม
เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
คดี Valico S.R.L. c. Italie ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ค.ศ. ๒๐๐๖
คดีนผี้ ฟู้ อ้ งคดีเป็นบริษทั ก่อสร้างบ้าน ซึง่ การออกแบบก่อสร้างไม่เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการคุม้ ครอง
ผังเมืองและสิ่งแวดล้อม และถูกรัฐบาลอิตาลีสั่งให้หยุดก่อสร้างและรื้อถอนโครงสร้าง จึงได้ฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาล
ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปพิจารณาแล้วเห็นว่า การด�ำเนินการดังกล่าวควรเข้าสู่กระบวนการระงับ
ข้อพิพาทตามกฎหมายภายในของอิตาลีเสียก่อน โดยรัฐบาลอิตาลีจะต้องสร้างความยุติธรรมระหว่างผลประโยชน์
โดยทั่วไปกับทรัพย์สินของเจ้าของที่พึงต้องสูญเสียไปจากการถูกรื้อถอน กรณีนี้จึงไม่ขัดต่อสิทธิในความเป็นเจ้าของ
ทรัพย์สิน
๓.๑.๓.๖ คดีเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับและเผยแพร่ข่าวสารและความคิด (Right to Receive and
Impart Information and Ideas)
คดี Steel and Morris v. the United Kingdom ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๐๕
คดีนผี้ ฟู้ อ้ งคดีเป็นองค์กรขนาดเล็กทีท่ ำ� หน้าทีเ่ กีย่ วกับการปกป้องคุม้ ครองสิง่ แวดล้อมและสังคม โดยช่วง
ปี ๑๙๘๖ ผู้ฟ้องคดีได้ตีพิมพ์บทความจ�ำนวน ๖ แผ่น หัวข้อ “What’s Wrong with McDonald’s?” ซึ่งมีเนื้อหา
เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแมคโดนัลที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ท�ำให้แมคโดนัลฟ้องร้องผู้ฟ้องคดีในข้อหาหมิ่นประมาท
ส่งผลให้ผฟู้ อ้ งคดีตอ้ งชดใช้เยียวยาความเสียหายให้แก่แมคโดนัล โดยทีผ่ ฟู้ อ้ งคดีเห็นว่า เป็นการละเมิดสิทธิในการได้รบั
และเผยแพร่ข่าวสารและความคิด
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีได้มีการแสดงความเห็นโดยสุจริตใจ และในสังคมประชาธิปไตยก็
ไม่ควรปิดกั้นการแสดงความเห็นดังกล่าว หากมิใช่ความเห็นที่เป็นการใส่ความหรือผิดกฎหมาย การแสดงความเห็นก็
ไม่ได้จ�ำกัดไว้แต่เพียงนักข่าวหรือนักหนังสือพิมพ์เท่านั้น บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ๆ ก็มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น
อย่างเป็นธรรมได้ การกระท�ำดังกล่าวของอังกฤษถือว่าเป็นการละเมิดมาตรา ๑๐ ของอนุสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วย
การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เกี่ยวสิทธิในการได้รับและเผยแพร่ข่าวสารและความคิด
คดี Vides Aizsardzibas Klubs v. Latvia ลงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ. ๒๐๐๔
ผู้ฟ้องคดีเป็นนักพัฒนาเอกชน (NGO) เพื่อปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ในปี ๑๙๙๗ ได้มีหนังสือไปยัง
หน่วยงานภาครัฐเพื่อปกป้องคุ้มครองชายฝั่งทะเลของอ่าว Rica พร้อมทั้งตีพิมพ์เผยแพร่ข้อเรียกร้องในหนังสือพิมพ์
โดยมี ข ้ อ ความในตอนหนึ่งว่า นายกเทศมนตรีได้มีการอ�ำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ก่อสร้างอาคารบริเวณชายฝั่ง
โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายกเทศมนตรีจึงฟ้องผู้ฟ้องคดีข้อหาหมิ่นประมาทต่อศาลภายใน ศาลภายในพิจารณา
พิพากษาว่า ผู้ฟ้องคดีไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า นายกเทศมนตรีรับเงินจากบริษัทก่อสร้างดังกล่าว จึงให้ตีพิมพ์บทความขอโทษ
ต่อนายกเทศมนตรี ผูฟ้ อ้ งคดีเห็นว่ากรณีนเี้ ป็นการละเมิดต่อสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต จึงยืน่ ค�ำฟ้องมายัง
ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นการละเมิดมาตรา ๑๐ ของอนุสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วย
การคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขัน้ พืน้ ฐาน เกีย่ วกับสิทธิในการได้รบั และเผยแพร่ขา่ วสารและความคิด เนือ่ งจาก
การแสดงความคิดเห็นของ NGO เป็นการแสดงความเห็นเพื่อปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยสุจริต แต่จะต้องอยู่บน
พื้นฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ มิใช่การกล่าวอ้างลอย ๆ เพื่อให้เกิดความเส���ยหายต่อผู้ที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น องค์กรภาครัฐ
จะต้องเคารพสิทธิในการเผยแพร่ข่าวสารและความคิดโดยสุจริตใจบนพื้นฐานข้อเท็จจริงด้วย
87