ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (๔) หน้าที่ต่อผู้ทรงสิทธิมนุษยชนเป็นของใคร ตามทฤษฎีของกฎหมายเมือ่ กฎหมายให้ผใู้ ดมีสทิ ธิ (Rights) ย่อมก่อให้เกิดหน้าทีต่ ามมา (Duties) พร้อมกับสิทธินั้น ๆ ค�ำถามก็คือว่า เมื่อก�ำหนดให้กลุ่มของประชาชนมีสิทธิมนุษยชนเชิงกลุ่ม ใครจะเป็นผู้มีหน้าที่ ในการคุ้มครองสิทธิ หากกลุ่มผู้ทรงสิทธิเป็นรัฐหรือเป็นประเทศทั้งประเทศที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนเชิงกลุ่ม ใครจะเป็น ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศนั้น ๆ ซึ่งโดยปกติหากบุคคลคนใดเรียกร้องให้คุ้มครองสิทธิมนุษยชนของตน รัฐที่ผู้นั้นสังกัดมีหน้าที่ต้องให้ความคุ้มครอง แต่หากกลุ่มคนในประเทศนั้น ๆ เป็นผู้ทรงสิทธิทั้งประเทศ รัฐใดจะต้องให้ ความคุม้ ครองในเมือ่ รัฐทุกรัฐต่างมีความเท่าเทียมกัน ไม่มรี ฐั ใดอยูเ่ หนือรัฐใด แม้องค์การระหว่างประเทศอย่างเช่น องค์การ สหประชาชาติก็มิได้เป็นองค์การที่อยู่เหนือรัฐอื่น ๆ หากประเทศก�ำลังพัฒนาเรียกให้ประเทศพัฒนาแล้วให้ความคุ้มครอง สิทธิในการพัฒนาของตนก็เท่ากับว่า ประเทศก�ำลังพัฒนายอมรับว่าประเทศพัฒนามีอ�ำนาจเหนือตนแล้วหรือไม่ และจะ น�ำไปสู่หลักการใหม่ที่ว่าผู้ที่พัฒนากว่าย่อมต้องคุ้มครองผู้ด้อยพัฒนากว่าตนหรือไม่ และหลักการนี้จะต้องพัฒนามาเป็น หลักการตามกฎหมายภายในที่จะก�ำหนดให้ประชาชนผู้พัฒนามากกว่าเป็นผู้รับผิดชอบคุ้มครองประชาชนผู้พัฒนา ด้อยกว่าด้วยหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้ยังคงเป็นปัญหาต่อไปยังไม่มีที่สิ้นสุดในการใช้สิทธิมนุษยชนเชิงกลุ่มของสิทธิมนุษยชน ช่วงทีส่ ามนี้ ผูว้ จิ ยั เห็นว่าปัญหานีเ้ ป็นปัญหาทางการเมืองระหว่างประเทศทีย่ งั เป็นทีโ่ ต้แย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างประเทศ พัฒนาแล้วกับประเทศพัฒนาน้อย อย่างในทวีปแอฟริกา จึงท�ำให้หลักเกณฑ์ทางวิชาการถูกบิดเบือนไปตามการเมือง ระหว่างประเทศ ส�ำหรับประเทศไทย การยอมรับสิทธิมนุษยชนในช่วงที่สามมาใช้ปฏิบัติในฐานะสิทธิ มนุษยชนอย่างเต็มรูปนั้น อาจมีส่วนดีในแง่ของการคุ้มครองสิทธิเหล่านั้นให้กลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มหรือของ ปัจเจกบุคคลที่อยู่เหนือกว่ากฎหมายระดับพระราชบัญญัติ และให้ศักดิ์ทางกฎหมายเทียบเท่ากฎหมายรัฐธรรมนูญของ ประเทศไทย ดังนั้น กฎหมายใด ๆ ที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชนในช่วงที่สามย่อมต้องถูกลบล้างหรือยกเลิกเพิกถอนออกไป แต่ ส่วนเสียก็มีอยู่มากโดยเฉพาะสิทธิในสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิทธิที่กระทบกับสิทธิอื่น ๆ ที่อยู่ข้างเคียงและมี���่วนสัมพันธ์กับสิทธิ ทางแพ่ง เช่น สิทธิในความเป็นเจ้าของ สิทธิครอบครองและใช้สอยทรัพย์ ฯลฯ ผลที่เกิดขึ้นหากมีบุคคลหรือกลุ่มใดๆ อ้างต่อรัฐเพื่อให้คุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมให้ตนหรือกลุ่มอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ย่อมหมายความว่า หากค�ำว่าสิ่งแวดล้อม ที่ดีถูกตีความให้มีมาตรฐานการคุ้มครองที่สูงมากแล้ว รัฐย่อมมีค่าใช้จ่ายจ�ำนวนมากในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้ กลายเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดี และการรักษาสมดุลระหว่างระบบเศรษฐกิจของรัฐหรือผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของสาธารณะ กับสิง่ แวดล้อมทีด่ ยี อ่ มต้องถูกแก้ไขเปลีย่ นแปลงไปอีกระดับหนึง่ โดยเฉพาะอย่างยิง่ ปัญหาทีอ่ าจเกิดขึน้ จากค�ำนิยามต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้ทรงสิทธิในสิทธิมนุษยชนก็ดี หรือหน้าที่ต่าง ๆ ตามสิทธิก็ดี อาจต้องมีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ค�ำถาม ก็คือ ประเทศไทยมีความพร้อมแล้วหรือไม่ในการน�ำสิทธิในช่วงที่สามมาคุ้มครองปัจเจกบุคคลภายในประเทศ อย่างไรก็ดี การจะคุ้มครองสิทธิใดในฐานะสิทธิมนุษยชนนั้นควรจะต้องพิจารณาสังคมระหว่างประเทศด้วย เพราะสิทธิมนุษยชน ต้องมีความเป็นสากล หากสิทธิที่จะคุ้มครองไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นสิทธิมนุษยชนในระดับสากล แต่น�ำมาบัญญัติโดย รัฐธรรมนูญไทย สิทธิดังกล่าวอาจมีสถานะเป็นเพียงสิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ใช่สิทธิมนุษยชนที่นานาชาติต้องให้ ความเคารพ ซึ่งหมายความว่าประเทศไทยให้ความคุ้มครองสิทธิมากกว่าประเทศอื่น ๆ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับถ้อยค�ำที่บัญญัติว่า จะคุ้มครองเฉพาะคนไทยหรือต่างชาติด้วย หากคุ้มครองต่างชาติด้วยก็อาจกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญได้ 42

Select target paragraph3