ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีสิทธิโดยอัตโนมัติทันที จะต้องได้รับการพัฒนาสิทธิจากพระผู้เป็นเจ้าหรือจากธรรมชาติไปเรื่อย ๆ โดยชายและหญิงจะ อยู่ในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ (Specie Being) และสิทธิมนุษยชนไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรมชาติไปเสียทั้งหมดและอาจโอน สิทธินี้ให้แก่กันได้10 การนิยามค�ำว่า สิทธิมนุษยชนของส�ำนักมาร์กซิสจะให้มนุษย์ในฐานะเป็นสัตว์เผ่าพันธุ์ หนึง่ ทีม่ พี ฒ ั นาการขึน้ ไปเรือ่ ย ๆ ตามธรรมชาติของความเป็นมนุษย์มาเป็นหลักเกณฑ์ในการคิดคุม้ ครอง ดังนัน้ การคุม้ ครอง สิทธิมนุษยชนของส�ำนักมาร์กซิสนี้จึงมุ่งคุ้มครองมนุษย์ในฐานะที่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์โดยอาจต้องพิจารณาตามพัฒนาการ ของมนุษย์ไปเรื่อย ๆ มนุษย์ในวัยต่าง ๆ จะได้รับการคุ้มครองที่แตกต่างกันตามล�ำดับและความส�ำคัญของการเจริญเติบโต เชิงพันธุกรรม อย่างไรก็ดี ในเวทีระหว่างประเทศทฤษฎีมาร์กซิสไม่อาจเข้ากันได้กบั นานาชาติ เนือ่ งจาก ในสายตาของนานาชาติต่างไม่ยอมรับสังคมคอมมิวนิสต์ จึงท�ำให้แนวคิดในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแบบเผ่าพันธุ์มนุษย์ (Species Being) ไม่อาจมีอิทธิพลในโลกประชาธิปไตยในปัจจุบันที่เป็นสังคมส่วนใหญ่ในโลก และจ�ำกัดอยู่เพียงประเทศ ที่ใช้ลัทธิคอมมิวนิสต์ในการปกครองเท่านั้น ๑.๕) ส�ำนักสังคมวิทยา (Sociological Approach) แนวคิดของส�ำนักสังคมวิทยาเกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ ๒๐ พิจารณาเป้าหมายต่าง ๆ เพือ่ สังคมมนุษย์เป็นหลัก โดยมองว่าธรรมชาติและสังคมวิทยาสามารถพัฒนาไปได้ดว้ ยกัน โดยทีม่ นุษย์มคี วามแตกต่างกัน ทั้งทางวัฒนธรรม สังคม ผลประโยชน์ต่าง ๆ กฎหมายต้องแก้ไขหรือวางโครงสร้างของสังคม นักปรัชญาผู้มีชื่อเสียงในส�ำนักนี้คือ รอสโก พาวด์ มีความเห็นว่าในช่วงศตวรรษที่ ๑๙ กฎหมายจะยอมรับในเรื่องสิทธิของปัจเจกบุคคลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐ เป็นต้นมา ความสนใจของ สังคมจะเริ่มยอมรับว่าสิ่งที่น่าจะศึกษาก็คือ มนุษย์ต้องการอะไร อุปสงค์ของมนุษย์คืออะไร ประโยชน์ของสังคมเป็น อย่างไร โดยจะต้องจ�ำแนกประโยชน์ของมนุษย์โดยส่วนตัว (Individual Interest) ออกจากประโยชน์สาธารณะ (Public Interest) และประโยชน์ของสังคม (Social Interest) เพื่อวางโครงสร้างทางสังคมเสียก่อน เพื่อจะตอบโจทย์ได้ว่ามนุษย์ ในสังคมจะอยู่ร่วมกันอย่างมี��วามสุขได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม การจ�ำแนกประโยชน์ทางสังคมมนุษย์ออกมาเป็น ๓ แบบข้างต้นของ รอสโก พาวด์ ไม่ได้ชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนหรือมีวิธีการต่อไปว่าควรให้ความส�ำคัญกับสิ่งใดมากกว่ากัน ท�ำให้เกิดปัญหา ในการนิยามความหมายของสิทธิมนุษยชนของส�ำนักนี้และยังเป็นที่ถกเถียงว่า สิทธิมนุษยชนควรรวมถึงสิทธิของกลุ่มหรือ ชุมชนนั้น ๆ ด้วยหรือไม่ ดังนั้น ก่อนที่จะวิเคราะห์ในปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับสิทธิในสิ่งแวดล้อม (Environmental Rights) หรือสิทธิมนุษยชนในสิง่ แวดล้อม (Environmental Human Rights) หรือสิทธิมนุษยชนกับการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อม (Human Rights and Environmental Protection) จ�ำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจในการนิยามค�ำว่าสิทธิมนุษยชน ของระบบกฎหมายต่าง ๆ เสียก่อนว่ามีแนวคิดอย่างไร เหตุใดจึงมีผู้มีความเห็นแตกต่างกันมากมายเกี่ยวกับนิยามของสิทธิ มนุษยชน จึงจะสามารถเข้าใจปัญหาเมื่อจะน�ำสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้กับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้ 10 From “The Philosophic Foundations of Human Rights,” by Jerome J. Shestack (1998) Human Rights Quarterly 20 (2), pp. 210. 37

Select target paragraph3