ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
(Conductive) ที่ชอบด้วยศีลธรรมมากกว่าความชอบด้วยกฎหมาย เพราะสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมายแต่อาจฝ่าฝืนต่อศีลธรรม
ก็เป็นไปได้เช่นกัน9 ดังนั้น สิทธิมนุษยชนจึงควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เป็นสิทธิทางศีลธรรมไม่ใช่สิทธิทางกฎหมายที่มีความ
หมายแคบกว่าสิทธิมนุษยชน จึงยากที่จะน�ำสิทธิมนุษยชนมาบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรให้ครอบคลุมได้ทั้งหมด
๑.๓) ส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมือง
ส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองได้รับพัฒนาการมาในระยะหลังระหว่างศตวรรษที่ ๑๙ ๒๐ โดยนักปรัชญาที่โดดเด่นในส�ำนักนี้ ได้แก่ จอห์น ออสติน และเจอเรมี เบนทัม มีแนวความคิดว่า กฎหมายคือค�ำสั่ง
ของรัฐาธิปัตย์ หรือค�ำสั่งของผู้มีอ�ำนาจปกครองสูงสุด โดยไม่สนใจว่ากฎหมายจะฝ่าฝืนต่อธรรมชาติหรือไม่ แต่หากเป็น
ค�ำสั่งของรัฐาธิปัตย์แล้วย่อมต้องถือว่าค�ำสั่งนั้นคือกฎหมายที่ใช้บังคับได้
มุมมองของนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองจึงมิได้ปฏิเสธการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแต่
อย่างใด เพียงแต่สิทธิมนุษยชนที่ส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองจะรับรองหรือคุ้มครองได้ก็ต่อเมื่อรัฐาธิปัตย์เป็นผู้ออกค�ำสั่ง
ให้ต้องคุ้มครองสิทธิดังกล่าวเท่านั้น สิทธิมนุษยชนในทัศนะของส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองจึงหมายถึงอ�ำนาจที่กฎหมาย
รับรองคุม้ ครองให้เท่านัน้ หากไม่มกี ฎหมายบัญญัตริ บั รอง รัฐย่อมไม่มหี น้าทีใ่ ห้ความคุม้ ครอง ยกเว้นเสียแต่วา่ สิทธิดงั กล่าว
ได้รับการวินิจฉัยโดยศาลเป็นผู้สร้างกฎหมายขึ้น (Judge Made Law)
แนวคิดของส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองจึงท�ำให้เกิดกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เป็น
ลายลักษณ์อกั ษรทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิมนุษยชนออกมามากมาย เช่น สนธิสญ
ั ญาต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิมนุษยชนขององค์การ
สหประชาชาติ รวมถึงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นลายลักษณ์อักษรด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นมาในระยะหลัง โดยจะไม่ยอมรับ
สิทธิมนุษยชนที่ไม่ใช่ค�ำสั่งของรัฐาธิปัตย์ หรือไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ดังนั้น หากมีการน�ำแนวคิดของส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองมานิยามค�ำว่าสิทธิ
มนุษยชน จะท�ำให้กรอบนิยามของสิทธิมนุษยชนมีความแคบเหลือเพียงสิทธิมนุษยชนทีม่ ลี กั ษณะเป็นกฎหมาย (Hard Law)
แล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงสิทธิมนุษยชนที่เป็นสิทธิที่ไม่อาจร่างกรอบให้ชัดเจนได้ ศีลธรรมที่แตกต่างจากกฎหมายบัญญัติ จึง
ไม่ใช่สิทธิมนุษยชนในมุมมองของนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมือง หากจะน�ำศีลธรรมมาคุ้มครองเป็นสิทธิม��ุษยชนในทัศนะของ
ส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมืองจะต้องร่างออกมาเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร
อย่างไรก็ดี ประเทศทีเ่ ป็นต้นแบบของส�ำนักกฎหมายฝ่ายบ้านเมือง คือ สหราชอาณาจักร
อังกฤษ ซึ่งใช้ระบบกฎหมายแบบจารีตประเพณี (Common Law) อันถือว่าค�ำพิพากษาของศาลเป็นกฎหมาย (Judge
Made Law) และค�ำพิพากษาของศาลระบบกฎหมายจารีตประเพณีน้ีเองจะเป็นสิ่งที่ผ่อนคลายความเคร่งครัดของส�ำนัก
กฎหมายฝ่ายบ้านเมืองที่มุ่งเน้นแต่ลายลักษณ์อักษรหรือค�ำสั่งของรัฐาธิปัตย์ จนท�ำให้สิทธิตามธรรมชาติ (Natural Rights)
ซึ่งไม่อาจจะระบุเป็นลายลักษณ์อักษรได้ชัดเจนใช้บังคับได้ยาก ดังนั้น หลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ศาลอังกฤษ
จะพยายามสร้างหลักกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ถือว่าเกิดขึ้นมาพร้อมกับธรรมชาติอันเป็นหลักการดั้งเดิมของ
ส�ำนักกฎหมายธรรมชาติ
๑.๔) ส�ำนักมาร์กซิส
แท้จริงแล้วทฤษฎีของมาร์กซิส มีความคล้ายกับส�ำนักกฎหมายธรรมชาติ ที่เชื่อเรื่อง
ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ (Nature of Human Beings) แต่มีความแตกต่างกันที่มาร์กซิสเห็นว่า ชายและหญิงมิได้
9
From What Are Human Rights (pp 19), Maurice Cranston 1973 London: The Bodley Head.
36