ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สิทธิส่วนใหญ่ที่พบในอนุสัญญาว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สิทธิเชิงกระบวนการ โดยตัวอย่างแห่งสิทธิที่ ปรากฏอยู่ชัดเจนในอนุสัญญาว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมสาธารณะในการตัดสินใจ และการเข้าถึง ความยุติธรรมในคดีสิ่งแวดล้อม ค.ศ. ๑๙๙๘ (Aarhus Convention 1998) ซึ่งได้จัดท�ำขึ้นโดยสมาชิกในสหภาพยุโรป ณ เมืองอาฮัส ประเทศเดนมาร์ก สิทธิเชิงกระบวนการในอนุสัญญาฉบับนี้ที่ได้ประกันไว้ ได้แก่ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ด้านสิ่งแวดล้อม (Right to Access to Information) สิทธิในการมีส่วนร่วมของสาธารณะในกระบวนการตัดสินใจด้าน สิ่งแวดล้อม (Right to Public Participation in Decision - making) และสิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม (Right to Environmental Justice) นอกจากนี้ สิทธิเชิงกระบวนการยังพบในอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ และอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นต้น ส�ำหรับสิทธิเชิงเนื้อหานั้น จะปรากฏในลักษณะของหลักการ โดยถูกกล่าวถึงไว้อย่างชัดเจนในปฏิญญา กรุงสตอกโฮล์ม ซึ่งมีใจความว่า “มนุษย์มีสิทธิในเสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน และคุณภาพชีวิตที่ดีเพียงพอในสิ่งแวดล้อมที่ มีคุณภาพ” (Man has the Fundamental Right to Freedom, Equality and Adequate Conditions of Life, in an Environment of a Quality that Permits a Life of Dignity and Well-Being…) และในปฏิญญากรุงริโอได้มีการ กล่าวถึงสิทธิของมนุษย์ในสิ่งแวดล้อมเช่นกัน แต่จะผูกโยงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการพัฒนา ที่ยั่งยืน และมีการกล่าวถึงสิทธิของชนรุ่นหลังในสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย ทั้งนี้ สิทธิเชิงเนื้อหาตามที่ปรากฏในอนุสัญญาว่าด้วย สิ่งแวดล้อมนั้น ส่วนใหญ่จะปรากฏในลักษณะถูกอ้างอิงเป็นหลักการพื้นฐานมากกว่าที่จะก�ำหนดให้เป็นพันธกรณีของ รัฐภาคีโดยตรง ด้วยพัฒนาการของกฎหมายสิง่ แวดล้อมระหว่างประเทศข้างต้น ท�ำให้เกิดสิทธิทเี่ กีย่ วกับสิง่ แวดล้อมมากมาย ทั้งสิทธิเชิงเนื้อหา และสิทธิเชิงกระบวนการอันเป็นพาหนะขับเคลื่อนเพื่อน�ำไปสู่สิทธิเชิงเนื้อหา นอกจากนี้ นักวิชาการ ด้านสิ่งแวดล้อมยังนิยมน�ำการคุ้มครองสิทธิในมิติของสิทธิมนุษยชนมาใช้เอื้อประโยชน์ต่อการคุ้มครองสิทธิที่เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมด้วย ในขณะเดียวกัน นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมก็นิยมน�ำประเด็นสิทธิมนุษยชนมาใช้อ้างอิงเพื่อชูประเด็น การปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย ๑.๑.๔ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม: กรณีประเทศไทย ส�ำหรับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในช่วงแรก พบว่ามีข้อร้องเรียนจากชาวบ้านเกี่ยวกับการ เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติประเภทต่าง ๆ ทั้งในกรณีที่รัฐไม่จัดโครงสร้างแห่งสิทธิและการกระจายอ�ำนาจ กรณีที่รัฐเป็น ผู้สนับสนุนกลุ่มทุนให้ใช้สิทธิจนมีผลกระทบต่อชุมชน ตลอดจนกรณีที่รัฐเป็นคู่ขัดแย้งกับชุมชนเองในการใช้ดุลยพินิจและ การใช้กฎหมาย ข้อเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องน�ำไปสู่ข้อสรุปว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่องสิทธิของชุมชนกับ ฐานทรัพยากรธรรมชาติ ต่อมา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้บัญญัติถึง “สิทธิชุมชน” ในฐานะ “สิทธิเชิงกลุ่ม (Collective Rights) ไว้อย่างชัดเจนในระดับหลัก การ โดยเป็นการให้สิทธิแก่ชุมชนในการมีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการ บ�ำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ อย่างสมดุลและยั่งยืน แต่รัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับยังไม่ได้บัญญัติเรื่อง “สิทธิในสิ่งแวดล้อม (Right to Environment)” ใน ฐานะ “สิทธิเชิงปัจเจก (Individual Rights)” แต่อย่างใด แม้ว่าจะมีความพยายามในการตีความไปในลักษณะดังกล่าว อย่างไรก็ดี การสนับสนุนให้ประชาชนสามารถด�ำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีก็ยังได้รับการบรรจุอยู่ใน บทบัญญัติของกฎหมาย แต่อยู่ในฐานะที่เป็นเป้าประสงค์หรือเงื่อนไขของสิทธิตัวอื่น กรณีเป็นเป้าหมายของสิทธิ ได้แก่ 27

Select target paragraph3