ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถูกกระทบสิทธิแล้ว และประชาชนมีสิทธิเรียกให้รัฐคุ้มครองสิทธิในสิ่งแวดล้อมนี้ได้ ดังนั้น สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ตามแนวทางนี้จึงเป็นสิทธิเชิงกลุ่มหรือสิทธิร่วมกันของประชาชน (Collective Right) มีข้อสังเกตว่า สิทธิประเภทนี้ มักโยงเข้าไปพิจารณาร่วมกันกับสิทธิในการพัฒนา ซึ่งเป็นสิทธิเชิงกลุ่มเช่นเดียวกัน โดยถือว่าการคุ้มครองสิทธิใน สิง่ แวดล้อมทีส่ ะอาดจะน�ำไปสูก่ ารเคารพ และคุม้ ครองสิทธิในการพัฒนาได้เป็นอย่างดี ซึง่ เหมาะสมกับประเทศพัฒนาน้อย จนถึงประเทศก�ำลังพัฒนาทีป่ ระสงค์คมุ้ ครองสิทธิในการพัฒนาให้ได้รบั การเคารพมากยิง่ ขึน้ อย่างไรก็ดี สิทธิในสิง่ แวดล้อม ที่สะอาดอันเป็นสิทธิในเชิงบวกนี้ ยังคงได้รับการโต้แย้งจากประเทศพัฒนาแล้วว่าสิทธิดังกล่าวนี้ไม่ใช่สิทธิมนุษยชน เพราะขาดองค์ประกอบความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน ๓) การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติมเต็มสิทธิมนุษยชน (Human Rights and the Environmental Protection) – การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมถือเป็นสิ่งที่จ�ำเป็นต้องกระท�ำเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมีความสมบูรณ์ ซึ่งอาจหมายถึงสิทธิในสิ่งแวดล้อม หรือสิทธิข้างเคียงของการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมก็ได้ เช่น สิทธิในชีวิต สิทธิในสุขภาพ ดังนั้น ไม่ว่ากรณีประเทศต่าง ๆ จะยอมรับว่าเป็นสิทธิมนุษยชนหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่จ�ำเป็นต้องน�ำสิทธิในสิ่งแวดล้อมไป คุ้มครองในฐานะสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด เพราะการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติมเต็มสิทธิมนุษยชนถือเป็นวิธีการ ที่ดีที่สุด และเป้าหมายของสิ่งแวดล้อมก็คือการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้ดีที่สุดเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หากประเทศใด ยึดหลักในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้ดี ย่อมเป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปด้วย ๔) สิทธิเชิงกระบวนการในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นเครื่องมือส�ำคัญ - เป็นสิทธิที่มีอยู่แล้วและ มีส่วนช่วยที่ส�ำคัญที่จะท�ำให้เกิดการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการคุ้มครองสิทธิในเชิงเนื้อหา ซึ่งปรากฏอยู่ใน ตราสารระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น สิทธิเชิงกระบวนการจึงเป็นสิ่งที่รัฐจะละเลย ไม่ได้ในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สมควรที่มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการปรับใช้สิทธิเชิงกระบวนการภายในประเทศที่ ชัดเจนในแต่ละประเภทกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมในระดับต่าง ๆ ประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างความเข้าใจพื้นฐานร่วมกัน ในทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อยอดในขั้นต่อไป ศึกษาแนวทางการบัญญัติคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นกฎหมายสูงสุดเพราะถือว่าเป็น สิง่ ทีร่ ฐั พึงกระท�ำก่อนทีจ่ ะด�ำเนินการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนประเภทอืน่ ๆ เนือ่ งจากสิง่ แวดล้อมกระทบต่อสิทธิมนุษยชน หลายสิทธิ รวมถึงศึกษาการบังคับใช้สิทธิในสิ่งแวดล้อมของประเทศที่บัญญัติรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้แล้ว โดยการ เปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญของประเทศต่าง ๆ ทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศก�ำลังพัฒนา  ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างสิทธิทั้งหลายที่จะบัญญัติใหม่ และสิทธิที่บัญญัติไว้แล้ว ทั้งในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายระดับพระราชบัญญัติว่าจะสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไรเพื่อให้เกิดการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการบัญญัติคุ้มครองสิทธิใด ๆ ไว้โดยไม่สร้างความเชื่อมโยงกับสิทธิที่มีอยู่แล้ว นอกจากจะท�ำให้สิทธิที่บัญญัติใหม่ ใช้บังคับยากแล้ว ยังอาจส่งผลให้เกิดการขัดกันระหว่างสิทธิที่มีความเหลื่อมล�้ำกันไป  สมควรติดตามพัฒนาการของสิทธิในสิ่งแวดล้อมต่อไปว่าจะได้รับการยอมรับว่าเป็นสิทธิมนุษยชนหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทขององค์การสหประชาชาติ และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ 10

Select target paragraph3