87
กรณีที่ 11 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิเสรีภาพในร่างกาย กรณีกล่าวอ้างว่าการปฏิบัติ
โดยใช้เครื่องพั นธนาการแก่ผู้ต้องขังในระหว่างการคุมตัวไปศาลเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชน
บทที่
1
ประเด็นการร้องเรียน
บทที่
2
การดำ�เนินการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบ กรณี
กล่าวอ้างว่า บุตรชายผู้ร้องกับพวกอีก 7 คน เป็นผู้ต้องขังในความควบคุมของเรือนจำ�
อำ�เภอพล อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดพล ในคดีความผิดฐานร่วมกัน
วางเพลิงเผาทรัพย์ ร่วมกันทำ�ให้เสียทรัพย์ อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเหตุเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ในอำ�เภอชนบท
จังหวัดขอนแก่น บุตรชายผูร้ อ้ งกับพวก ถูกจับกุมและนำ�ตัวมาฝากขังทีเ่ รือนจำ�อำ�เภอพล
พนั ก งานสอบสวน ได้ ส รุ ป สำ � นวนพร้ อ มความเห็ น ควรสั่ ง ฟ้ อ งผู้ ต้ อ งหาทั้ ง แปด
เสนอพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โดยพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ได้ยนื่ ฟ้องคดี
ต่อศาลจังหวัดพล ซึ่งนัดพร้อมเพื่อสอบคำ�ให้การและตรวจพยานหลักฐาน เมื่อวันที่
2 ตุลาคม 2560 ในการคุมตัวบุตรชายผู้ร้องกับพวกอีก 7 คน ไปศาลจังหวัดขอนแก่น
ผู้ถูกร้องได้ใส่ตรวนแก่บุตรชายผู้ร้องกับพวก และไม่อนุญาตให้บุตรชายผู้ร้องกับพวก
ผูกเชือกสำ�หรับดึงโซ่ตรวนเพือ่ ไม่ให้เป็นอุปสรรคแก่การเดิน รวมทัง้ ไม่อนุญาตให้ใส่ถงุ เท้า
เพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างตรวนกับข้อเท้า ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำ�ของผู้ถูกร้อง
เป็ น การปฏิ บั ติ ที่ โ หดร้ า ยและละเมิ ด ศั ก ดิ์ ศ รี ค วามเป็ น มนุ ษ ย์ ข องผู้ ต้ อ งขั ง ในคดี
ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พิจารณาแล้วเห็นว่า ความเสียหายที่บุตรชาย
ผูร้ อ้ งกับพวกได้รบั เกิดขึน้ ในช่วงระยะเวลาทีน่ �ำ ตัวบุตรชายผูร้ อ้ งกับพวกออกไปภายนอก
เรือนจำ�เท่านั้น และเป็นผลมาจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ให้อำ�นาจ
ผูถ้ กู ร้องจำ�กัดสิทธิและเสรีภาพของผูต้ อ้ งขังได้ การใช้ตรวนแม้จะก่อให้เกิดผลเสียหายบ้าง
แต่ สิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพของบุ ต รชายผู้ ร้ อ งกั บ พวกมิ ไ ด้ ห ายไปอย่ า งสิ้ น เชิ ง ดั ง นั้ น
การที่ผู้ถูกร้องใช้เครื่องพันธนาการประเภทตรวน แก่บุตรชายผู้ร้องกับพวกอีก 7 คน
ในระหว่างการคุมตัวออกไปภายนอกเรือนจำ� จึงยังไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ของบุตรชายผู้ร้องกับพวก จึงมีมติให้ยุติเรื่อง อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องพันธนาการ
แก่ผตู้ อ้ งขัง แม้จะมีกฎหมายราชทัณฑ์ก�ำ หนดประเภทและเงือ่ นไขการใช้เครือ่ งพันธนาการไว้
แต่กฎหมายดังกล่าวมีลักษณะเป็นการเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ดุลพินิจเลือกใช้
เครือ่ งพันธนาการโดยมิได้ก�ำ หนดหลักเกณฑ์ทชี่ ดั เจนและแน่นอนเป็นแนวทางกำ�กับการ
ใช้ดุลพินิจว่า เมื่อใดเป็นกรณีมีเหตุจำ�เป็นหรือมีเหตุสมควรที่จะใช้เครื่องพันธนาการ
แก่ผตู้ อ้ งขัง ซึง่ อาจก่อให้เกิดกรณีเจ้าหน้าทีข่ องรัฐใช้ดลุ พินจิ เกินขอบเขตและความจำ�เป็น
ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย อันเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือกระทบ
ต่อสิทธิและเสรีภาพของผูต้ อ้ งขังเกินสมควรได้ ดังนัน้ เพือ่ เป็นการคุม้ ครองสิทธิของบุคคล
จากการใช้อำ�นาจโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำ�นาจ
เกิ น ขอบเขตและเงื่ อ นไขที่ ก ฎหมายกำ � หนด จึ ง ให้ มี ข้ อ เสนอแนะมาตรการหรื อ
แนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกรมราชทัณฑ์
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) และ
พระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบรั ฐ ธรรมนู ญ ว่ า ด้ ว ยคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ
บทที่
3
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก