รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
70
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กรณีท่ี 3 สิทธิชุมชนอันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิในที่อยู่อาศัย กรณีกล่าวอ้างว่าได้รับผลกระทบ
จากการประกอบกิจการโรงงานอบพื ชผลทางการเกษตร
ประเด็นการร้องเรียน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกรณี
กล่าวอ้างว่า ผูร้ อ้ งกับพวก รวม 13 คน ซึง่ เป็นชาวบ้านในพืน้ ทีต่ �ำบลเชียงบาน อ�ำเภอเชียงค�ำ
จังหวัดพะเยา ได้รบั ความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการโรงงานอบพืชทางการเกษตร
ของบริษทั เอกชน ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ มีเขม่าควันและกลิน่ เหม็น รวมทัง้ มลพิษทางน�ำ้
มีกลิ่นเหม็น และน�้ำเสียจากการประกอบกิจการไหลลงสู่ล�ำห้วยผาฮาแหล่งน�้ำสาธารณะ
การดำ�เนินการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า การประกอบกิจการ
โรงงานของบริษัทเอกชนปล่อยน�้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้น�้ำในล�ำน�้ำแวน
เน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากล�ำน�้ำดังกล่าวในการ
อุปโภคบริโภคได้ตามปกติ อีกทัง้ ยังพบปัญหาเสียงดังรบกวน ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการ
ด�ำรงชีวติ ของประชาชน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงให้มขี อ้ เสนอแนะมาตรการหรือ
แนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อองค์การ
บริหารส่วนต�ำบลเชียงบาน จังหวัดพะเยา และกรมควบคุมมลพิษ ตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) และพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (1)
ประกอบมาตรา 36 โดยให้ด�ำเนินการภายใน 60 วัน ดังนี้
ข้อเสนอแนะมาตรการ
หรือแนวทางในกา��
ส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
1) องค์การบริหารส่วนต�ำบลเชียงบาน ควรพิจารณาอาศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญัติ
การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 สั่งการให้บริษัทเอกชนปรับปรุงแก้ไขโรงงานอบแห้งผลผลิต
ทางการเกษตร มิให้สร้างความเดือดร้อนร�ำคาญแก่ประชาชนทีพ่ กั อาศัยอยูใ่ กล้เคียง และ
ตรวจสอบว่าบริษทั ดังกล่าวได้ประกอบกิจการโดยถูกต้องตามชนิดหรือประเภททีก่ �ำหนดไว้
ในใบอนุญาตให้ประกอบกิจการทีเ่ ป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ รวมทัง้ สัง่ ให้ระงับเหตุร�ำคาญ
ทันทีหากพบว่ามีการประกอบกิจการที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน
2) จังหวัดพะเยา ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ควรอาศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญัตโิ รงงาน
พ.ศ. 2535 ออกค�ำสัง่ ให้โรงงานอบแห้งผลผลิตทางการเกษตรของบริษทั ดังกล่าวปรับปรุง
แก้ไขปัญหาจากฝุ่นละอองและเสียงรบกวน รวมทั้งให้มีระบบบ�ำบัดน�้ำเสียของโรงงาน
ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ในกรณีทตี่ รวจพบว่าอาจจะก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย หรือ
ความเดือดร้อนร�ำคาญอย่างร้ายแรงแก่บคุ คลทีอ่ ยูใ่ กล้เคียงกับโรงงาน ควรพิจารณาให้หยุด
ประกอบกิจการโรงงานทัง้ หมดหรือบางส่วนในทันที โดยให้ปรับปรุงให้แล้วเสร็จก่อนทีจ่ ะ
อนุญาตให้ด�ำเนินการประกอบกิจการต่อไป
3) กรมควบคุมมลพิษ ในฐานะเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษตามพระราชบัญญัตสิ ง่ เสริม
และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ควรตรวจสอบโรงงานอบแห้งผลผลิต
ทางการเกษตรของเอกชนดังกล่าว ซึ่งจัดเป็นแหล่งก�ำเนิดมลพิษที่ต้องถูกควบคุม
การปล่อยทิ้งอากาศเสียออกสู่บรรยากาศ และระบายน�้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไป
ตามที่กฎหมายก�ำหนดต่อไป