รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
66
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การดำ�เนินการ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย ในขณะที่
ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในฐานะผู้บริโภค ปลอดภัยจากอันตรายของสารเคมีและ
ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นจริง รวมทั้งเป็นการลดผลกระทบสะสมที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ เมื่อปรากฏว่าการใช้สารเคมีทางการเกษตรก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ
ของประชาชนและเกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม รัฐจะต้องดำ�เนินการเพื่อให้เกิด
การเยียวยาทีเ่ หมาะสมและเป็นธรรมตามกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง ถึงแม้วา่ การใช้พาราควอต
ในภาคการเกษตรจะเป็ น เสรี ภ าพในการประกอบอาชี พ ของบุ ค คลตามที่ บั ญ ญั ติ
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แต่รัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติให้รัฐ
ต้องดูแลและส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี อันสอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ
ว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ที่กำ�หนดให้รัฐภาคีแห่งกติกา
นีร้ บั รองสิทธิของทุกคนทีจ่ ะมีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าทีเ่ ป็นได้
ดังนัน้ เพือ่ เป็นการคุม้ ครองผูบ้ ริโภคและเพือ่ ประโยชน์สาธารณะ และเพือ่ ให้มกี ารแก้ไขปัญหา
การใช้พาราควอตในภาคการเกษตรในระยะยาวอันจะนำ�ไปสูค่ วามยัง่ ยืนในทุกมิติ จึงให้มี
ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทัง้
การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำ�สั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลัก
สิทธิมนุษยชน ต่อคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการ
วัตถุอันตราย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (3)
และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (3) และมาตรา 42 ดังนี้
ข้อเสนอแนะมาตรการ
หรื อ แนวทางในการ
ส่ ง เสริ ม และคุ้ม ครอง
สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน และ
การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย
กฎ ระเบียบ หรือคำ�สัง่
ใด ๆ เพือ่ ให้สอดคล้อง
กับหลักสิทธิมนุษยชน
1) คณะกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งมีอำ�นาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย
พ.ศ. 2535 ควรกำ�หนดให้พาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติ
วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 18 โดยห้ามมิให้มีการผลิต การนำ�เข้า การส่งออก หรือ
การมีไว้ในครอบครอง
2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด
ในระยะยาว โดยการจัดทำ�มาตรการและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการควบคุมการใช้
หรือการเลิกใช้สารเคมีในภาคการเกษตรทุกชนิดทีม่ หี ลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์
บ่งบอกถึงอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและสิง่ แวดล้อม ในขณะเดียวกันจะต้องพัฒนา
ทางเลือกด้านสารชีวภาพและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนสำ�หรับเกษตรกร
อย่างเป็นระบบและจริงจัง
3) คณะรัฐมนตรีควรจัดให้มกี ฎหมายเฉพาะว่าด้วยการควบคุมสารเคมีทางการเกษตร
โดยพิจารณาประกอบร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยจากการใช้สารป้องกันและ
กำ�จัดศัตรูพืช พ.ศ. …. ซึ่งจัดทำ�โดยคณะทำ�งานขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
กลุ่มมติเกษตรและอาหารปลอดภัย ภายใต้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและติดตามมติ
สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกับเครือข่ายด้านสาธารณสุขและองค์ก��ภาคประชาสังคม