59
ขององค์กร ค�ำนึงถึงความท้าทายขององค์กรที่มาจาก
สภาพปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในประเทศ
อาทิ การน�ำประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีการร้องเรียน หรือ
พื้นที่ที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่อง
ร้ อ งเรี ย นจ�ำนวนมากมาสั ง เคราะห์ แ ละพั ฒ นาเป็ น
ข้อเสนอแนะ แผนงาน/โครงการเชิงยุทธศาสตร์เพือ่ ส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เกิดผลส�ำเร็จเป็นรูปธรรม
รวมทั้ ง เน้ น การพั ฒ นาบุ ค ลากรเพื่ อ ประสิ ท ธิ ภ าพและ
ประสิทธิผลในการท�ำงานให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โดยมีสรุป
รายละเอี ย ดผลสัมฤทธิ์ของการด�ำเนินงานในภาพรวม
ดังต่อไปนี้
่ วกับ
3.1.1 การตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงเกีย
การละเมิดสิทธิมนุษยชน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
มาตรา 247 (1) บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ มีหน้าทีแ่ ละอ�ำนาจในการตรวจสอบและรายงาน
ข้ อ เท็ จ จริ ง ที่ ถู ก ต้ อ งเกี่ ย วกั บ การละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
ทุกกรณีโดยไม่ล่าช้าและเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ทีเ่ หมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน
รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิด
สิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติมผี ลการด�ำเนินงานด้านการตรวจสอบและรายงาน
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนี้
3.1.1.1 สถิติการรับเรื่องร้องเรียน
การพิจารณาเรือ่ งร้องเรียน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่ ง ชาติ ไ ด้ ด�ำเนิ น การตามพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พ.ศ. 2560 และระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
1
2
3
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบการละเมิด
สิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2561 ส่วนที่ 2 การตรวจเรือ่ งร้องเรียน
และหมวด 3 การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ตามหน้าที่และอ�ำนาจ ดังต่อไปนี้
บทที่
1
1) มอบหมายเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนตรวจเรื่อง
ร้องเรียน ดังนี้
• แสวงหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเพื่อพิจารณาว่าเรื่อง
ร้องเรียนนั้นมีมูลและอยู่ในหน้าที่และอ�ำนาจของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือไม่ รวมทัง้
อาจใช้ วิ ธี ก ารประสานงานกั บ หน่ ว ยงานของรั ฐ
องค์กรเอกชน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหรือบุคคล
เพือ่ ให้ความคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนแก่ผรู้ อ้ ง โดยค�ำนึง
ถึงความจ�ำเป็นเร่งด่วน เหมาะสม และอย่างระมัดระวัง
(ระเบี ย บคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ
ว่ า ด้ ว ยหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารในการตรวจสอบ
การละเมิดสิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2561 ข้อ 15)
• จัดท�ำความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติเพื่อพิจารณาไม่รับไว้เป็นค�ำร้อง หากเป็น
เรือ่ งทีห่ า้ มมิให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
รั บ ไว้ พิ จ ารณาตามพระราชบั ญ ญั ติ ป ระกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 391 และระเบียบ
คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ว ่ า ด้ ว ย
หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบการละเมิด
สิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2561 ข้อ 172 และข้อ 183
บทที่
3
2) มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบค�ำร้อง
ด�ำเนิ น การตรวจสอบข้ อ เท็ จ จริ ง และจั ด ท�ำรายงาน
ผลการตรวจสอบเสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พิ จ ารณา โดยในการจั ด ท�ำรายงานผลการตรวจสอบ
อาจด�ำเนินการ ดังนี้
เรือ่ งทีม่ กี ารฟ้องร้องเป็นคดีอยูใ่ นศาลมีค�ำ พิพากษา คำ�สัง่ หรือคำ�วินจิ ฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว เป็นเรือ่ งทีอ่ ยูใ่ นหน้าทีแ่ ละอำ�นาจขององค์กรอิสระอืน่
หรือองค์กรอืน่ รับไว้ด�ำ เนินการแล้ว เป็นการร้องเรียนโดยใช้สทิ ธิไม่สจุ ริตและการพิจารณาจะไม่เป็นประโยชน์ตอ่ ประชาชนโดยรวม เป็นเรือ่ งทีม่ ี
การแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว เป็นเรือ่ งทีค่ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ตอ่ ประชาชนโดยรวม
เป็นเรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว เป็นเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเคยพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชน เว้นแต่จะปรากฏหลักฐานหรือข้อเท็จจริงใหม่อันอาจทำ�ให้ผลการพิจารณาเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น
เรือ่ งทีข่ อ้ เท็จจริงไม่เพียงพอต่อการพิจารณาและไม่สามารถติดต่อผูร้ อ้ งได้ ทัง้ การพิจารณาต่อไปและไม่เป็นประโยชน์ตอ่ ประชาชนโดยส่วนรวม
เรือ่ งทีผ่ รู้ อ้ งประสงค์ขอถอนเรือ่ งร้องเรียน เรือ่ งทีค่ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เคยพิจารณาแล้วและไม่ปรากฏหลักฐานหรือข้อเท็จจริง
ใหม่อนั อาจทำ�ให้ผลการพิจารณาเปลีย่ นแปลงไป เรือ่ งทีผ่ ไู้ ด้รบั ความเสียหายไม่ประสงค์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตรวจสอบ เป็นต้น
เรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นควรได้รับการดำ�เนินการแก้ไขโดยหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีหน้าที่และอำ�นาจโดยตรง
บทที่
2
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก