รายงานการศึกษาวิจัย บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในการคุ้มครองการละเมิดสิทธิมนุษยชนของภาคเอกชน
ทุนกับรัฐบาลรัฐโอริสสา (joint venture) ดำ�เนินโครงการก่อสร้างโรงผลิตอะลูมินาและเหมืองแร่
บอกไซต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ต่อมา ชาวบ้านร้องเรียนขอให้รัฐเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง
เหมื อ งแร่ บ อกไซต์ เนื่ อ งจากบริ ษั ท มาบั ง คั บ ไล่ ที่ แ ละก่ อ ความเสี ย หายด้ า นสิ่ ง แวดล้ อ ม
อย่างใหญ่หลวง ต่อมา ในปี พ.ศ. 2552 กสม. อินเดีย ส่งรายงานต่อรัฐบาลของมลรัฐโอริสสา
ยืนยันข้อค้นพบว่า การประกอบธุรกิจเหมืองแร่ของบริษัทมีส่วนก่อมลพิษทางอากาศและน้ำ�
คุ ก คามสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนของชนพื้ น เมื อ งในพื้ น ที่ และเรี ย กร้ อ งให้ รั ฐ โอริ ส สาจั ด ทำ � รายงาน
ฉบับสมบูรณ์ ��จกแจงรายละเอียดการร่วมทุนกับบริษัทดังกล่าว ต่อมา ในเดือนเมษายน 2556
ศาลฎี ก าอิ น เดี ย พิ พ ากษายื น คำ � สั่ ง ห้ า มทำ � เหมื อ งในพื้ น ที่ และระบุ ว่ า สิ ท ธิ ข องชุ ม ชนจะต้ อ ง
ได้รับการพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาของรัฐ
4.3.4
เนเธอร์แลนด์
สถาบันสิทธิมนุษยชนเนเธอร์แลนด์ (Netherlands Human Rights Institute) ก่อตั้งขึ้น
ในปี พ.ศ. 2550 ตามกฎหมายที่ผ่านโดยรัฐสภา หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้ตรวจการแผ่นดิน
(National Ombudsman) ทำ�หน้าที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชนจากการละเมิดโดยรัฐ สถาบัน
แห่งนี้มีจุดกำ�เนิดในปี พ.ศ. 2548 เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน องค์กรคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Dutch Data Protection Authority - Dutch DPA) คณะกรรมาธิการการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
(Equal Treatment Commission - ETC) และศูนย์ศึกษาและข้อมูลสิทธิมนุษยชนแห่งเนเธอร์แลนด์
(Netherlands Human Rights Study and Information Centre - SIM) ณ มหาวิทยาลัยอูเทรช
(Utrecht University) ร่วมกันออกรายงาน ชื่อ Action to the Word เสนอสามรูปแบบในการ
“ถมช่องว่าง” การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในเนเธอร์แลนด์ ตามชุดหลักการปารีส ได้แก่
1) การสร้างเวทีความร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการ (informal platform) ระหว่าง
หน่วยงานต่างๆ
2) การจัดตั้งหน่วยงานใหม่ หรือ
3) การมอบหมายภาระหน้าที่ของหน่วยงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้กับองค์กรที่มี
อยู่เดิมองค์กรใดองค์กรหนึ่งเป็นผู้ดูแล
โดย ในปี พ.ศ. 2549 รัฐสภาเนเธอร์แลนด์ก็ลงมติเห็นชอบให้รัฐบาลดำ�เนินการจัดตั้งองค์กรใหม่
(Goldschmidt, 2012)
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2552 รัฐบาลตัดสินใจยุบรวมคณะกรรมาธิการการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
(Equal Treatment Commission - ETC) เข้าไปในโครงสร้างของสถาบันใหม่ ส่งผลให้สถาบัน
สิทธิมนุษยชนเนเธอร์แลนด์ปัจจุบันรับภารกิจของ ETC มาดำ�เนินการทั้งหมด อันได้แก่ การบังคับใช้
กฎหมายการปฏิบัติที่เท่าเทียม (equal treatment legislation) การรับเรื่องร้องเรียน และตัดสิน
61