60 รายงานการศึกษาวิจัย บทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการคุ้มครองการละเมิดสิทธิมนุษยชนของภาคเอกชน กฎหมายก่อตั้ง กสม. อินเดีย ให้นิยาม “สิทธิมนุษยชน” ว่า “สิทธิที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีส่วนบุคคลซึ่งรัฐธรรมนูญรับประกัน หรือรับประกันในพันธกรณี ระหว่างประเทศซึ่งบังคับใช้ได้โดยศาลอินเดีย” ดังนั้น จึงเห็นว่า กสม. อินเดีย มีหน้าที่ตามกฎหมาย ที่จะเน้นการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐานมากกว่าสิทธิทางสังคมและ สิทธิทางเศรษฐกิจ กสม. อินเดีย มีกรรมการโดยตำ�แหน่งห้าคน สามคนมาจากสถาบันตุลาการ และอีกสองคน ควรเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีประสบการณ์ตรงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน การคัดเลือก ประธานกรรมการและกรรมการมาจากคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สมาชิกคณะกรรมการสรรหาล้วนแต่มาจากภาคการเมือง รัฐบาลกลางมีหน้าที่ส่งมอบกำ�ลังคน และงบประมาณสนับสนุน โครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้ กสม. อินเดีย ถูกวิจารณ์ตลอดมาว่า ขาดความเป็นอิสระ และขาดความหลากหลาย ตั้งแต่ระดับคณะกรรมการลงมา สมาชิกมักเป็น ข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว หรือข้าราชการระดับกลางที่หมุนเวียนมาทำ�งานจาก กระทรวงต่างๆ ขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในประเด็นสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังไม่ได้รับ การอบรมเมื่อมาทำ�งาน ส่งผลให้มีภาพลักษณ์เป็นหน่วยงานราชการที่เทอะทะอุ้ยอ้าย (Joshi, 2010) กสม. อินเดีย มีบทบาทหน้าที่คล้ายคลึงกับ กสม. ไทย โดยเฉพาะการมีอำ�นาจกึ่งตุลาการ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเสนอแนะต่อรัฐบาล อย่างไรก็ตาม มาตรา 2 (1) (a) ของกฎหมาย กสม. อินเดีย ระบุอย่างชัดเจนว่า กสม. อินเดีย ไม่มีอำ�นาจตรวจสอบกรณีร้องเรียนที่เกี่ยวกับ “บุคลากรของกองทัพ” ซึ่งหมายรวมตั้งแต่ทหารทุกระดับในกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองกำ�ลังกึ่งทหาร (paramilitary) ส่งผลให้การทำ�งานของ กสม. อินเดีย มีข้อจำ�กัดพอสมควร เมือ่ คำ�นึงว่า กรณีรอ้ งเรียนเรือ่ งการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำ�นวนมาก���กีย่ วข้องกับบุคลากรของกองทัพ การดำ�เนินการในประเด็นธุรกิจและสิทธิมนุษยชน ตั้ ง แต่ อ ดี ต จนถึ ง ปั จ จุ บั น สถาบั น ตุ ล าการของอิ น เดี ย มี บ ทบาทนำ � ในการคุ้ ม ครอง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนจากการละเมิ ด ของภาคเอกชน เยี ย วยาผู้ ถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ และผลั ก ดั น การ เปลี่ยนแปลงในด้านนี้ โดยเฉพาะผ่านกลไกการดำ�เนินคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ (Public Interest Litigation) และการบังคับติดตามคำ�พิพากษาในคดีเหล่านี้ แม้ในขณะที่รัฐบาลอินเดียยัง มิได้ลงนามหรือให้สัตยาบันในข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับใดฉบับหนึ่งที่เกี่ยวข้อง (Asian Centre for Human Rights, 2013) อีกทั้ง กสม. อินเดีย ก็ยังมิได้มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะ รับมือโดยตรงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ กสม. อินเดีย ได้เข้ามามีบทบาทในประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจหลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีบริษัทแห่งหนึ่งของอินเดียซึ่งเป็น บริษัทลูกของบริษัทอังกฤษ (National Human Rights Commission of India, 2011) ได้ร่วม

Select target paragraph3