เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก
หน้า ๕๓
ราชกิจจานุเบกษา
๖ เมษายน ๒๕๖๐
หรือวุฒิสภา หรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวกับกิจการของสภา หรือกรรมการ
ตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ
ให้นํา (๒) และ (๓) มาบังคับใช้แก่คู่สมรสและบุตรของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก
วุ ฒิ ส ภา และบุ ค คลอื่ น ซึ่ ง มิ ใ ช่ คู่ ส มรสและบุ ต รของสมาชิ ก สภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ สมาชิ ก วุ ฒิ ส ภานั้ น
ที่ดําเนินการในลักษณะผู้ถูกใช้ ผู้ร่วมดําเนินการ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หรือสมาชิกวุฒิสภาให้กระทําการตามมาตรานี้ด้วย
มาตรา ๑๘๕ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่ง
การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภากระทําการใด ๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่าย
หรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) การปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ประจําของข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้าง
ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
(๒) กระทําการในลักษณะที่ทําให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบ
ในการจัดทําโครงการใด ๆ ของหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นการดําเนินการในกิจการของรัฐสภา
(๓) การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตําแหน่ง เลื่อนเงินเดือนหรือการให้พ้นจากตําแหน่ง
ของข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของ
หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น
มาตรา ๑๘๖ ให้นําความในมาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับแก่รัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่กรณี
ดังต่อไปนี้
(๑) การดํารงตําแหน่งหรือการดําเนินการที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่หรืออํานาจของรัฐมนตรี
(๒) การกระทําตามหน้าที่และอํานาจในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือตามนโยบายที่ได้แถลง
ต่อรัฐสภา หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ
นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีต้องไม่ใช้สถานะหรือตําแหน่งกระทําการใดไม่ว่าโดยทางตรง
หรือทางอ้อม อันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเอง
ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมืองโดยมิชอบตามที่กําหนดในมาตรฐานทางจริยธรรม
มาตรา ๑๘๗ รัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทหรือไม่คงไว้
ซึ่งความเป็น หุ้นส่ ว นหรือผู้ ถือหุ้ นในห้างหุ้นส่ ว นหรือ บริษัท ต่อไปตามจํา นวนที่กฎหมายบัญ ญัติ และ
ต้องไม่เป็นลูกจ้างของบุคคลใด
ในกรณีที่รัฐมนตรีผู้ใดประสงค์จะได้รับประโยชน์จากกรณีตามวรรคหนึ่งต่อไป ให้แจ้งประธาน
กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และให้โอนหุ้น