เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก
หน้า ๔๒
ราชกิจจานุเบกษา
๖ เมษายน ๒๕๖๐
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่ ง และวรรคสาม มิ ใ ห้ นั บ รวมระยะเวลาที่ ศ าลรั ฐ ธรรมนู ญ พิ จ ารณา
ตามมาตรา ๑๔๔ วรรคสาม
มาตรา ๑๔๔ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ
ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ง บประมาณรายจ่ า ยเพิ่ ม เติ ม และร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ โ อนงบประมาณรายจ่ า ย
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการมิได้
แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) เงินส่งใช้ต้นเงินกู้
(๒) ดอกเบี้ยเงินกู้
(๓) เงินที่กําหนดให้จ่ายตามกฎหมาย
ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการ การเสนอ การแปรญัตติ
หรือการกระทําด้วยประการใด ๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการ
มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทํามิได้
ในกรณี ที่ ส มาชิ กสภาผู้ แ ทนราษฎรหรื อ สมาชิ กวุ ฒิ สภา มี จํ านวนไม่ น้ อ ยกว่า หนึ่ ง ในสิบ ของ
จํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา เห็นว่ามีการกระทําที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคสอง
ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จ
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทําที่ฝ่าฝืน
บทบัญญัติตามวรรคสอง ให้การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทําดังกล่าวเป็นอันสิ้นผล ถ้าผู้กระทําการ
ดังกล่าวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้กระทําการนั้นสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่
ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น แต่ในกรณีที่คณะรัฐมนตรี
เป็นผู้กระทําการหรืออนุมัติให้กระทําการหรือรู้ว่ามีการกระทําดังกล่าวแล้วแต่มิได้สั่งยับยั้ง ให้คณะรัฐมนตรี
พ้นจากตําแหน่งทั้งคณะนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ของรั ฐ มนตรี ที่ พ้น จากตํา แหน่ งนั้ น เว้น แต่ จ ะพิ สู จน์ ได้ ว่ าตนมิ ไ ด้อ ยู่ ในที่ป ระชุ มในขณะที่มี มติ และ
ให้ผู้กระทําการดังกล่าวต้องรับผิดชดใช้เงินนั้นคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย
เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจัดทําโครงการหรืออนุมั��ิหรือจัดสรรเงินงบประมาณโดยรู้ว่ามีการดําเนินการ
อันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ถ้าได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือหรือมีหนังสือ
แจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ ให้พ้นจากความรับผิด
การเรียกเงินคืนตามวรรคสามหรือวรรคสี่ ให้กระทําได้ภายในยี่สิบปีนับแต่วันที่มีการจัดสรร
งบประมาณนั้น
ในกรณี ที่ ค ณะกรรมการป้ อ งกั น และปราบปรามการทุ จ ริ ต แห่ ง ชาติ ไ ด้ รั บ แจ้ ง ตามวรรคสี่
ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดําเนินการสอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน
หากเห็นว่ากรณีมีมูล ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการต่อไปตามวรรคสาม และไม่ว่า