ข้อเสนอแนะ
๑. กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ ควรพิจารณาทบทวนพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในประเด็น
การยกเลิกการลงโทษขังเดี่ยว โดยหามาตรการอื่นทดแทน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและคุ้มครอง
สิทธิของผู้ต้องขังมากยิ่งขึ้น
๒. กระทรวงยุติธรรม ส�ำนักงานศาลยุติธรรม ควรประเมินผลการด�ำเนินโครงการใช้ EM และการใช้ระบบประเมิน
ความเสี่ยงและก�ำกับดูแลในชั้นปล่อยชั่วคราว หากพบว่ามีปัญหาและอุปสรรคในการด�ำเนินการควรเร่งแก้ไขปัญหา
เพือ่ ทีจ่ ะขยายการด�ำเนินการในพืน้ ทีอ่ นื่ ๆ เพือ่ ให้ประชาชนในพืน้ ทีอ่ นื่ ๆ สามารถเข้าถึงสิทธิในการปล่อยชัว่ คราวได้ และ
ควรจัดให้มีอุปกรณ์อย่างเพียงพอและเหมาะสม๖๘
๓. ปัญหาการไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ การบริหารจัดการจัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM)
เพือ่ น�ำมาใช้กบั ผูก้ ระท�ำความผิดในระบบงานคุมประพฤติสามารถด�ำเนินการได้อย่างต่อเนือ่ งนัน้ หน่วยงานของรัฐทีเ่ กีย่ วข้อง
ควรร่วมกันก�ำหนดแนวทางการท�ำงานโดยบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการใช้และจัดหาอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM)๖๙ โดยมีเป้าหมายที่จะให้บรรลุผลอย่างชัดเจน ภายในระยะเวลาที่ก�ำหนด และจัดการ
งบประมาณอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้
๔. จากการที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่าเป็นการกระท�ำของ
เจ้าหน้าทีใ่ นกระบวนการยุตธิ รรมเป็นจ�ำนวนมากในแต่ละปี รัฐอาจด�ำเนินการต่าง ๆ เพือ่ แก้ไขปัญหา เช่น การสร้างความตระหนัก
ในการปฏิบัติตามอ�ำนาจหน้าที่โดยค�ำนึงถึงสิทธิมนุษยชนให้กับหน่วยงานของรัฐในกระบวนการยุติธรรมโดยการบรรจุ
เรื่องสิทธิมนุษยชนในหลักสูตรการอบรมต่าง ๆ ของหน่วยงานรัฐ การมีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นกลาง อิสระ
รวดเร็ว และโปร่งใส การมีกระบวนการเยียวยาเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
๕. กระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ และส�ำนักงานอัยการสูงสุด ควรร่วมกันหา
ตัวผู้กระท�ำความผิดมาลงโทษ เนื่องจากสถานการณ์การเสียชีวิตโดยถูกบุคคลอื่นท�ำให้ตายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่างร้ายแรง และโดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นขณะอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานของรัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
ในกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ ต้องมีกระบวนการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น
๖. หน่วยงานที่มีอ�ำนาจหน้าที่ในการควบคุมตัวผู้กระท�ำความผิด เช่น ส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวน
คดีพเิ ศษ กรมราชทัณฑ์ เป็นต้น ควรมีมาตรการทีเ่ ข้มงวดในการควบคุมและดูแลผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย เพือ่ ป้องกันการท�ำให้
บุคคลเสียชีวติ เมือ่ อยูใ่ นความควบคุมของหน่วยงานของรัฐ เช่น สถานทีค่ วบคุมควรมีกล้องวงจรปิดทีส่ ามารถใช้งานได้จริง
เพือ่ ดูแลการปฏิบตั หิ น้าทีข่ องเจ้าหน้าทีอ่ ย่างเคร่งครัด เป็นต้น และหากมีปญ
ั หาอุปสรรคใดทีอ่ าจส่งผลต่อความปลอดภัยของ
ผู้ถูกควบคุม หน่วยงานรัฐต้องแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน เช่น ปัญหากล้องวงจรปิดเสียหาย เป็นต้น
๗. รัฐควรก�ำหนดให้คดีทพี่ ลเรือนกระท�ำความผิดและอยูใ่ นอ�ำนาจศาลทหารทีเ่ กิดขึน้ ก่อนวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๐
กลับมาอยูใ่ นการพิจารณาของศาลยุตธิ รรม เพือ่ ให้เป็นไปตามกระบวนการยุตธิ รรมปกติ โดยพิจารณาร่วมกันกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการโอนคดีมายังการพิจารณาของศาลยุติธรรม
๖๘ ร่างแผนปฏิรปู ประเทศด้านกระบวนการยุตธิ รรม ประเด็นการปฏิรปู ที่ ๓ สร้างกลไกเพือ่ ให้มกี ารบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพือ่ ลดความเหลือ่ มล�ำ้ ค. กิจกรรมการปฏิรปู ข้อ ๑.๓.๓
จัดหาอุปกรณ์สำ� หรับการปล่อยตัวชัว่ คราวทีม่ ปี ระสิทธิภาพอย่างเพียงพอและเหมาะสม, จากเอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นแผนปฏิรปู ประเทศด้านกระบวนการยุตธิ รรม ของ
คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค,หน้า ๓๔.
๖๙ ร่างแผนปฏิรปู ประเทศด้านกระบวนการยุตธิ รรม ประเด็นการปฏิรปู ที่ ๓ สร้างกลไกเพือ่ ให้มกี ารบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพือ่ ลดความเหลือ่ มล�ำ้ ค. กิจกรรมการปฏิรปู ข้อ ๑.๓.๒
ก�ำหนดแนวทางการท�ำงานโดยบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการใช้และจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว, จากเอกสารประกอบการสัมมนารับฟัง���วามคิดเห็นแผน
ปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค,หน้า ๓๔.
90 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐