บทที่ ๓ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
๓.๒ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ภาพรวม
กติกา ICCPR ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๔ ได้รบั รองสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรมของบุคคล ได้แก่ สิทธิทจ่ี ะไม่ถกู จับกุม
หรือควบคุมตัวโดยอ�ำเภอใจ สิทธิทจี่ ะได้รบั แจ้งถึงเหตุผลและข้อหาในการจับกุม สิทธิทจี่ ะมีเวลาและได้รบั ความสะดวกเพียงพอ
แก่การเตรียมการเพื่อต่อสู้คดี สิทธิในการได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ สิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราว สิทธิใน
การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการจับกุมหรือควบคุม สิทธิในการได้รบั การเยียวยาในกรณีถกู จับกุมหรือควบคุม
ตัวโดยไม่ชอบ สิทธิทจี่ ะได้รบั การปฏิบตั ดิ ว้ ยความมีมนุษยธรรมและเคารพในศักดิศ์ รีความเป็นมนุษย์ สิทธิทจี่ ะได้รบั ความ
เสมอภาคในการพิจารณาของศาลและตุลาการ สิทธิทจี่ ะได้รบั การพิจารณาโดยเปิดเผยและเป็นธรรมจากตุลาการทีม่ คี วาม
เป็นอิสระและเป็นกลาง สิทธิทจี่ ะได้รบั การพิจารณาโดยไม่ชกั ช้าเกินความจ�ำเป็น สิทธิทจี่ ะซักถามพยานซึง่ เป็นปรปักษ์กบั ตน
สิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือจากล่าม สิทธิที่จะไม่ถูกบังคับให้เบิกความเป็นปรปักษ์ต่อตนเองหรือให้รับสารภาพผิด สิทธิ
ทีจ่ ะได้รบั การทบทวนการลงโทษและค�ำพิพากษาโดยคณะตุลาการระดับเหนือขึน้ ไป สิทธิทจี่ ะไม่ถกู พิจารณาหรือลงโทษซ�ำ้
ในการกระท�ำความผิดเดียวกัน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนประจ�ำกติกา ICCPR ได้มขี อ้ สังเกตสรุปรวม (Concluding observations) ต่อรายงาน
ตามวาระฉบับทีส่ องของประเทศไทย (CCPR/C/THA/2) เมือ่ เดือนมีนาคม ๒๕๖๐๓๗ ในส่วนเกีย่ วกับสิทธิทจี่ ะได้รบั การพิจารณาคดี
อย่างเป็นธรรมและศาลทหาร กล่าวคือ รัฐภาคีควรประกันว่า การพิจารณาคดีในศาลทหารให้กระท�ำเป็นข้อยกเว้นเท่านัน้
และให้ดำ� เนินไปตามหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๔ ของกติกา ICCPR โดยควรใช้มาตรการทีจ่ ำ� เป็นเพือ่ รับพิจารณาค�ำร้องให้ถา่ ยโอน
คดีจากศาลทหารส�ำหรับความผิดทีเ่ กิดขึน้ ก่อนวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ โดยให้ถา่ ยโอนคดีทยี่ งั พิจารณาไม่เสร็จไปยังศาล
พลเรือน และเปิดโอกาสให้จ�ำเลยที่เป็นพลเรือนในคดีที่ศาลทหารตัดสินแล้วสามารถอุทธรณ์ค�ำตัดสินต่อศาลพลเรือนได้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บญ
ั ญัตสิ ทิ ธิในกระบวนการยุตธิ รรม ในหมวด ๓ สิทธิและ
เสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๙ โดยได้บญ
ั ญัตริ บั รองสิทธิในการสันนิษฐานว่าเป็นผูบ้ ริสทุ ธิ์ การควบคุมหรือคุมขัง
ผู้ต้องหาหรือจ�ำเลยให้กระท�ำเท่าที่จ�ำเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี สิทธิที่จะไม่ให้การเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง
สิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราว และหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๖๘ รัฐพึงจัดระบบการบริ���ารงาน
ในกระบวนการยุตธิ รรมทุกด้านให้มปี ระสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบตั ิ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุตธิ รรม
ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร พึงมีมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม
ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเคร่งครัด ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบง�ำใด ๆ รัฐต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย
ที่จ�ำเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการจัดหาทนายความให้
นอกจากนี้ มาตรา ๒๕๘ ง. ได้ก�ำหนดการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ๔ ด้าน ได้แก่ ๑) การก�ำหนด
ระยะเวลาด�ำเนินงานในทุกขัน้ ตอนของกระบวนการยุตธิ รรม และมีกลไกช่วยเหลือประชาชนผูข้ าดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึง
กระบวนการยุติธรรม รวมถึงการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหลื่อมล�้ำ
และความไม่เป็นธรรมในสังคม ๒) การปรับระบบการสอบสวนคดีอาญา ๓) การเสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร
ขององค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้มุ่งอ�ำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยสะดวกรวดเร็ว และ
๔) การปฏิรูปต�ำรวจ
ในขณะเดียวกันรัฐได้ดำ� เนินการด้านกฎหมายและนโยบายต่าง ๆ เพือ่ ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรม
และคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา จ�ำเลย ผู้ต้องขัง ที่ส�ำคัญดังต่อไปนี้
๓๗ The Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights. (2016). UN Treaty Bodies Database. Retrieved from http://tbinternet.ohchr.org
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 81
บทที่
๓