ทีเ่ หมาะสมต่อการน�ำผูก้ ระท�ำผิดฐานกระท�ำทรมานและบังคับสูญหายเข้าสูก่ ระบวนการยุตธิ รรมทีส่ อดคล้องกับมาตรฐาน
ระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกันคณะกรรมการแสดงความกังวลต่อความล่าช้าในการประกาศใช้
ร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานฯ การปล่อยให้ผกู้ ระท�ำการทรมานและบังคับสูญหายพ้นผิดลอยนวล
รวมถึงกระบวนการสอบสวนคดีที่มีความล่าช้าด้วย
ส�ำหรับสถานการณ์การกระท�ำทรมาน กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนโดยกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ท�ำร้ายร่างกาย ซ้อม
ทรมานเพื่อให้การรับสารภาพ หรือให้ข้อมูล หรือในขณะจับกุมหรือควบคุมตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ – ๒๕๕๙
พบว่า ได้รบั เรือ่ งร้องเรียนเกีย่ วกับเรือ่ งนีจ้ ำ� นวน ๑๐๒ ค�ำร้อง๓๑ ส่วนใหญ่เป็นค�ำร้องทีเ่ กิดขึน้ ในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้
ในปี ๒๕๖๐ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทรมานบุคคล จ�ำนวน ๒๗ ค�ำร้อง๓๒ ในจ�ำนวนนี้เป็นเรื่องในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ�ำนวน ๒๖ ค�ำร้อง เรือ่ งร้องเรียนส่วนมากเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าทีด่ า้ นความมัน่ คงเป็นผูก้ ระท�ำทรมาน
ขณะจับกุมหรือควบคุมตัว๓๓ และในปีเดียวกันนี้ กสม. ยังไม่พบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบังคับให้สูญหาย แต่ที่ผ่านมา
ประเทศไทยประสบปัญหาการบังคับสูญหายและมักจะมีการกล่าวอ้างจากญาติของผู้สูญหายว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับ
เจ้าหน้าที่ของรัฐในการใช้อ�ำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ ตัวอย่างการบังคับสูญหายที่น่าสนใจ เช่น การถูกบังคับสูญหายของ
ทนายความทีม่ บี ทบาทในการเคลือ่ นไหวด้านสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ ซึง่ ต่อมามีการรายงานว่าถูกกลุม่ ชายฉกรรจ์ลกั พาตัว
ไปในเขตกรุงเทพมหานครเมื่อปี ๒๕๔๗ แม้กรณีดังกล่าวนี้จะได้มีการน�ำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล แต่ในที่สุดเมื่อ
ปี ๒๕๕๙ ศาลฎีกาได้มคี ำ� พิพากษายกฟ้องจ�ำเลย๓๔ โดยพบว่า มีประเด็นความเป็นผูเ้ สียหายตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณา
ความอาญา มาตรา ๕ (๒) ที่อาจเป็นบรรทัดฐานในคดีที่เกี่ยวกับการบังคับสูญหายคดีอื่น ๆ กล่าวคือ ศาลฎีกาเห็นว่า
ทนายความที่สูญหายเป็นผู้เสียหายที่มีอ�ำนาจฟ้อง
คดีอาญาหรือยื่นค�ำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับ
พนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธี���ิจารณา
ความอาญา มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๐
หากทนายความทีส่ ญ
ู หายนัน้ ไม่สามารถด�ำเนินการ
ดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญามาตรา ๕ (๒) ก�ำหนดให้ผู้สืบ
สันดานและภริยามีอ�ำนาจจัดการแทนผู้เสียหายได้
เฉพาะในความผิ ด อาญาซึ่ ง ผู ้ เ สี ย หายถู ก ท� ำร้ า ย
ถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้
เมื่อพิจารณาจากค�ำบรรยายฟ้องแล้วพบว่าไม่มี
การยืนยันว่าทนายความที่สูญหายนั้นยังมีชีวิตอยู่
หรือไม่ อีกทั้ง ไม่ได้ความว่าได้ถูกท�ำร้ายได้รับบาด
เจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ เมื่อข้อเท็จจริง
ไม่ปรากฏว่าทนายความที่สูญหายนั้นถูกท�ำร้าย
ถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้
โจทก์ร่วม (ภรรยาและบุตร) จึงไม่มีสิทธิยื่นค�ำร้อง
ขอเข้าเป็นโจทก์
๓๐ The Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights. (2016). Universal Periodic Review-Thailand. Retrieve from http://tbinternet.ohchr.org
๓๑ จาก ระบบสารสนเทศเพือ่ การรวบรวมและบริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน : ฐานข้อมูลเรือ่ งร้องเรียน, ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, สืบค้นจาก http://hris.nhrc.or.th,
เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐.
๓๒ จาก ระบบสารสนเทศเพื่อการรวบรวมและบริการสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน : ฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียน, อ้างแล้ว.
๓๓ ค�ำร้องที่ ๓๙๘/๒๕๖๐ กรณีกล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่ต�ำรวจซ้อมทรมานเพื่อให้ยอมรับสารภาพ และพนักงานสอบสวนไม่ด�ำเนินคดีที่แจ้งความร้องทุกข์ไว้. ค�ำร้องที่ ๓๙๔/๒๕๖๐ กรณีกล่าว
อ้างว่า เจ้าหน้าที่ทหารซ้อมทรมานในระหว่างการควบคุมตัว.
78 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐