บทที่ ๓ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
๓.๑ การทรมานและการบังคับสูญหาย
ภาพรวม
สิทธิที่จะไม่ถูกกระท�ำทรมานและบังคับสูญหายเป็นสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ได้รับการรับรอง
ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ ซึ่งก�ำหนดว่า บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิต
และร่างกาย การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธกี ารโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระท�ำมิได้ และกติกา ICCPR
ข้อ ๗ ซึ่งก�ำหนดว่า บุคคลจะถูกทรมาน หรือได้รับการประติบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือต�่ำช้ามิได้
นอกจากนี้ การรับรองสิทธิดังกล่าวยังปรากฏในอนุสัญญา CAT และอนุสัญญา CPED ด้วย
ในปี ๒๕๕๙ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๐ รัฐบาลได้ผลักดันให้มีการอนุวัติตามอนุสัญญา CAT โดยยกร่างกฎหมายภายใน
ให้สอดคล้องกับอนุสัญญา กล่าวคือ กระทรวงยุติธรรมได้ยกร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ
กระท�ำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งได้ผนวกหลักการและสาระส�ำคัญของอนุสัญญา CAT และอนุสัญญา CPED ไว้ด้วยกัน
ร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและกระท�ำให้บคุ คลสูญหาย พ.ศ. .... ได้รบั ความเห็นชอบโดยมติ
คณะรัฐมนตรี เมือ่ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ และเข้าสูก่ ารพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิตบิ ญ
ั ญัตแิ ห่งชาติ
ครั้งที่ ๖/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ โดยที่ประชุมมีมติให้น�ำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวคืนสู่การพิจารณา
ของรัฐบาลอีกครั้ง เนื่องจากเห็นควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมบางประการ พร้อมทั้งให้เตรียมด�ำเนินการตามร่างรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช .... มาตรา ๗๗ วรรคสอง ซึ่งจะมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่ไปกับการปรับปรุงร่าง
พระราชบัญญัติฯ๒๗
ภายหลังที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติให้รัฐบาลน�ำร่างพระราชบัญญัติป้องกัน
และปราบปรามการทรมานฯ กลับไปพิจารณาอีกครั้งนั้น ได้มีการแสดงท่าทีจากองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนทั้งใน
ประเทศและต่างประเทศ อาทิ ส�ำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ออกแถลงการณ์แสดง
ความผิดหวังทีส่ ภานิตบิ ญ
ั ญัตแิ ห่งชาติไม่นำ� ร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานฯ เข้าสูก่ ารพิจารณา และ
ยังเรียกร้องให้รฐั บาลไทยผ่านร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานฯ ออกมาบังคับใช้ เพือ่ ให้การทรมาน
และการบั ง คั บ ให้ สู ญ หายเป็ น ความผิ ด ทางอาญา และจะท� ำ ให้ ส ามารถน� ำ ตั ว ผู ้ ก ระท� ำ ผิ ด ในประเด็ น ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง
มารับโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้๒๘ นอกจากนี้ องค์การนิรโทษกรรมสากล และคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล
(International Commission of Jurists : ICJ) ได้ออกแถลงการณ์รว่ มแสดงความผิดหวังต่อมติของสภานิตบิ ญ
ั ญัตแิ ห่งชาติ
ที่ชะลอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นผลมาจาก
ความพยายามของหน่วยงานต่าง ๆ ทัง้ ภาครัฐและภาคประชาสังคมทีไ่ ด้ดำ� เนินการมาเป็นเวลาหลายปี ซึง่ เป็นก้าวส�ำคัญที่
จะน�ำไปสู่การป้องกันการทรมานและการบังคับให้สูญหายในประเทศไทย พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้ทางการไทยให้รับรอง
ด้วยว่าจะมีการออกกฎหมายดังกล่าวโดยเร็ว ตลอดจนให้เร่งรัดการแก้ไขเพิ่มร่างกฎหมายฉบับนี้ให้มีเนื้อหาสอดคล้องกับ
กฎหมายระหว่างประเทศด้วย๒๙
นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (Human Rights Committee) ประจ�ำกติกา ICCPR ได้มขี อ้ สังเกตสรุปรวม
(Concluding observations) ต่อรายงานตามวาระฉบับทีส่ องของประเทศไทย (CCPR/C/THA/2) เมือ่ เดือนมีนาคม ๒๕๖๐
ในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกับสถานการณ์การกระท�ำทรมานและการบังคับสูญหาย๓๐ กล่าวคือ ประเทศไทยไม่มขี อ้ กล่าวหาความผิด
๒๗ ทัง้ นี้ เมือ่ วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรีได้มมี ติรบั ทราบและเห็นชอบสัง่ การให้กระทรวงยุตธิ รรมน�ำร่างพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานฯ ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวง
การต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ด�ำเนินการจัดประชุมแล้วสองครั้ง เมื่อเดือนเมษายน และมิถุนายน ๒๕๖๐ (อ้างถึงใน หนังสือกรมคุ้มครอง
สิทธิและเสรีภาพ ที่ ยธ ๐๔๑๖/๔๐๖๐ ลงวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ถึง เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง ข้อมูลการด�ำเนินการตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับ
ที่ ๓).
๒๘ จาก สนช.ชี้แจงกรณียูเอ็นแถลง “ผิดหวัง” ไทยตีกลับร่าง พ.ร.บ.บังคับสูญหาย, สืบค้นจาก www.bbc.com/thai/thailand-39127371 , เมื่อ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๐.
๒๙ จาก แอมเนสตี้-ICJ ผิดหวัง “ร่าง พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย” ล่าช้า, สืบค้นจาก www.amnesty.or.th/?cID=362, เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๐
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 77
บทที่
๓