พื้นฐานแห่งรัฐที่เดิมไม่สามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติมาก�ำหนดอยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ พร้อมก�ำหนดสภาพบังคับ
ในหมวดนี้ ให้รฐั ด�ำเนินการและหากรัฐไม่ดำ� เนินการให้บรรลุวตั ถุประสงค์ในหมวดนี้ ประชาชนและชุมชนสามารถติดตาม
เร่งรัดให้รฐั ด�ำเนินการรวมถึงฟ้องร้องรัฐได้ ซึง่ แตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้าทีผ่ า่ นมา ทีส่ ทิ ธิเสรีภาพบางประการ
แม้ได้รบั การรับรองตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญก็ตามแต่ไม่สามารถบรรลุผลในทางปฏิบตั ไิ ด้ จึงอาจกล่าวได้วา่ อาจเป็น
พัฒนาการทีม่ คี วามก้าวหน้าในการประกันสิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ หากก�ำหนดให้สทิ ธิเสรีภาพพืน้ ฐานจ�ำเป็นทัว่ ไปนัน้
เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องด�ำเนินการและสามารถท�ำให้สิทธิเสรีภาพดังกล่าวบรรลุผลเป็นรูปธรรม
นอกจากการรับรองคุม้ ครองสิทธิ เสรีภาพ และการก�ำหนดหน้าทีใ่ ห้รฐั ด�ำเนินการให้สทิ ธิเสรีภาพบางประการบรรลุผลแล้ว
ในหมวดแนวนโยบายแห่ ง รั ฐ ยั ง ก� ำ หนดให้ ก ่ อ นการตรากฎหมายของรั ฐ นั้ น รั ฐ พึ ง จั ด ให้ รั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น ของ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้าน และเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน
และน�ำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน โดยเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มี
การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย โดยรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยนั้น เห็นได้ว่าแนวทางดังกล่าวเป็นการ
ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการการออกกฎหมายอันมีผลใช้บังคับกับประชาชน ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า
การตรากฎหมายนั้นแท้จริงแล้วเป็นการจ�ำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลประการหนึ่ง แต่การก�ำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วม
ในกระบวนการการออกฎหมายและการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านพร้อมการติดตามประเมินผลจากการ
ใช้กฎหมายนั้น ถือได้ว่ามีเจตนารมณ์ต้องการให้กฎหมายที่ออกมาใช้บังคับกับประชาชนนั้นจ�ำกัดสิทธิ เสรีภาพ และเกิด
ผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการจัดท�ำรายงานประเมินผลกระทบของกฎหมายในประเทศไทยมีเฉพาะในขั้นตอนที่มี
การร่างกฎหมายออกมาแล้วเท่านัน้ ท�ำให้หน่วยงานราชการทีเ่ ป็นผูเ้ สนอกฎหมายมีเป้าประสงค์ทจี่ ะให้มกี ารตรากฎหมาย
ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด จึงมองว่าการจัดท�ำรายงานเป็นอุปสรรคที่ท�ำให้การตรากฎหมายล่าช้า และโดยการจัดท�ำรายงาน
ประเมินผลกระทบของกฎหมายนั้นประชาชน หรือชุมชนส่วนหนึ่งยังมีทัศนคติ หรือประสบการณ์ที่ยังตั้งค�ำถามกับ
กระบวนการที่มีประสิทธิภาพที่หน่วยงานรัฐควรน�ำมาใช้ในการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
ประชาชนอย่างแท้จริง ในขณะที่มีความไม่ชัดเจนในการน�ำผลผลิตที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประสิทธิผล
ตามเจตนารมณ์
นอกจากโครงสร้างเรื่องสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บางประการ
เปลี่ยนแปลงไปจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังก�ำหนดหมวดปฏิรูปประเทศ ซึ่งมีเจตนาหลัก
เพื่อการขจัดความขัดแย้งและลดความเลื่อมล�้ำในสังคม โดยก�ำหนดให้จัดท�ำกฎหมายว่าด้วยแผน และขั้นตอนการปฏิรูป
ภายใน ๑๒๐ วัน และให้เริม่ ด�ำเนินการตามแผนในการด�ำเนินการปฏิรปู ประเทศภายใน ๑ ปี นับแต่วนั ประกาศใช้รฐั ธรรมนูญ
ทั้งนี้ เห็นถึงความจ�ำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและปฏิรูปกระบวนการต�ำรวจเป็นล�ำดับต้น ๆ
ข้อเสนอแนะ
เพื่อให้บทบัญญัติเกี่ยวกับการประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๖๐ สามารถด�ำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลที่เหมาะสม สอดคล้องกับบริบท
ของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน กสม. มีข้อเสนอแนะว่า
๑. โดยแนวคิดความสัมพันธ์ของการเชื่อมโยงมาตรฐานการปฏิบัติของกฎหมายระหว่างประเทศ กับกฎหมายไทย
ในรูปแบบทวินิยมนั้น ในกรณีที่เป็นบทบัญญัติหลัก ๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิบางประการที่บัญญัติไว้
ในหมวด ๓ (สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย) และหมวด ๕ (หน้าที่ของรัฐ) ที่เข้าข่ายสิทธิแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
รัฐควรเร่งอนุวัติการกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน
72 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐