บทที่ ๔ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม
• การเข้าถึงสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขของรัฐ มีการแต่งตัง้ คณะกรรมการปฏิรปู ประเทศด้านสาธารณสุข
เพือ่ ด�ำเนินการพัฒนาความก้าวหน้าสิทธิดา้ นสุขภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๖
แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๖๕ วรรคสอง ประกอบบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๗๕ การจัดระบบสุขภาพทีเ่ น้นระบบบริการปฐมภูมิ
โดยมีนโยบายให้ประชาชนในพืน้ ทีม่ สี ว่ นร่วมในระบบบริการปฐมภูมิ การบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
โดยจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการกลับเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ....
การน�ำเทคโนโลยีสารสนเทศด้านสุขภาพมาใช้พัฒนาปรับปรุงระบบการบริการ การวางแผนบุคลากรด้านสุขภาพ การมี
มาตรการเข้าถึงปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ (health determinants) เพื่อปกป้องสุขภาพเด็กและทารกผ่านพระราชบัญญัติ
ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารส�ำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งประชาชนจะได้
เข้าถึงสิทธิทางข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพเพื่อเกิดทางเลือกที่เหมาะสมอันน�ำไปสู่สิทธิในอาหาร
• การประกันสิทธิในการเข้าถึงการบริการสาธารณสุขของรัฐ ให้กับประชากรกว่าร้อยละ ๙๙ ของประชากร
ทั้งหมดของประเทศ ภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage - UHC) ตามสิทธิของตนเอง
ซึง่ ได้แก่ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ รวมถึง
ได้ประกันการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐในกรณีฉกุ เฉินและกรณีอบุ ตั เิ หตุภายใน ๗๒ ชัว่ โมงแรกทีไ่ ม่มกี ารเก็บค่าใช้จา่ ย
กับผู้ป่วย โดยส�ำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะเป็นคนกลางในการจ่ายเงินให้โรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่เข้าร่วม
ระบบ Emergency Claim Online : EMCO) และเรียกเก็บเงินคืนจากกองทุนตามสิทธิของผู้ป่วยในภายหลัง รวมถึง
กลุ่มผู้ป่วยด้านจิตเวช กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการต่าง ๆ ให้มีโอกาสในการเข้าถึงสิทธิที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้วา่ ประเทศไทยจะมีการพัฒนาสิทธิดา้ นสุขภาพอย่างมีความเพียงพอกับความต้องการ (availability)
เป็นทีย่ อมรับได้ (acceptability) และมีคณ
ุ ภาพ (quality) โดยล�ำดับแล้วก็ตาม แต่พบปัญหาและอุปสรรคในเชิงโครงสร้าง
คือ การเข้าถึงได้ (acceptability) โดยมีมิติความเหลื่อมล�้ำในการเข้าถึงได้เชิงกายภาพ เศรษฐกิจ และข้อมูลข่าวสาร และ
การไม่เลือกปฏิบตั ิ โดยเฉพาะกับกลุม่ คนเปราะบาง กลุม่ คนชายขอบ และกลุม่ คนทีย่ งั เข้าไม่ถงึ บริการ แม้วา่ รัฐจะมีนโยบาย
และมาตรการต่าง ๆ ทีจ่ ะท�ำให้เกิดความก้าวหน้าข้างต้น แต่ยงั มีในบางประเด็นและในบางพืน้ ทีท่ รี่ ฐั จ�ำเป็นต้องพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับพันธกรณีที่มี เช่น การเข้าถึงสิทธิด้านอนามัยเจริญพันธุ์ผ่านระบบหลักประกัน
สุขภาพแห่งชาติของกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ การสาธารณสุขในสถานกักขังและเรือนจ�ำโดยพัฒนาระบบงานบริการสุขภาพ
ผูต้ อ้ งขังในเรือนจ�ำ และการให้ชมุ ชนเป็นศูนย์กลางในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ครั้งที่ ๑๐ การใช้สารเคมีป้องกันและจ�ำกัดศัตรูพืชซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ เป็นต้น
ข้อเสนอแนะ
กสม. มีขอ้ เสนอแนะให้รฐั บาลด�ำเนินการปฏิรปู ด้านสาธารณสุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๕๖๐ ดังนี้
• ระบบหลักประกันสุขภาพ โดยเร่งด�ำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ....
การจัดท�ำร่างพระราชบัญญัตคิ ณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. …. และการให้คณะกรรมการปฏิรปู ด้านสาธารณสุข
พิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สภาขับเคลื่อน
การปฏิรปู ประเทศ เกีย่ วกับการออกกฎหมายเฉ���าะเกีย่ วกับการก�ำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการก�ำหนดรายการในชุด
สิทธิประโยชน์หลักและชุดสิทธิประโยชน์เสริม เพือ่ ลดความเหลือ่ มล�ำ้ ในการเข้าถึงสิทธิในการรับบริการสาธารณสุขของรัฐ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 123
บทที่
๔