สิทธิมนุษยชน รวมบทความ ศ.เสน่ห์ จามริก
ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษา สภาทนายความแห่งประเทศไทย คณะกรรมการ
ประสานองค์กรพัฒนาเอกชน สหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพ คณะกรรมการประสานงาน
สิทธิมนุษยชน กลุม่ ด้านสิทธิสตรี กลุม่ ด้านสิทธิเด็ก ฟอรัม่ เอเชีย หรืออืน่ ๆ ดังนัน้
ในขณะทีเ่ ครือข่ายไตรภาคีในระดับชัน้ แรกมีสว่ นรวมโดยตรงในกระบวนการตัดสินใจ
เครือข่ายในชั้นที่สองก็อาจได้รับการทาบทามให้ช่วยเสนอความคิดเห็นคำปรึกษา
เกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งเข้าร่วมในกระบวนการศึกษาตรวจสอบกรณี
เฉพาะต่าง ๆ โดยมีอาณัตติ ามกฎหมายในระดับหนึง่
ส่วนการสร้างเครือข่ายที่กว้างขวางไปกว่านี้ยังอยู่ในขั้นดำเนินการ อันที่จริง
การขยายเครือข่ายนี้นับเป็นกระบวนการเปิดกว้างและเชื่อมโยงสู่ระบบภายใน ซึ่งเรา
ตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของ กสม. หลักการนั้นอยู่ที่การประสาน
สัมพันธ์กับกลุ่มพลเมืองและกลุ่มอาชีพหลากหลายในทุกระดับของสังคม ทั้งในเมือง
และในชนบท และย่อมเป็นความสัมพันธ์แบบสื่อสารสองทาง มีการเรียนรู้จากกัน
และกันอย่างต่อเนือ่ ง ตรงนีเ้ อง ทีภ่ ารกิจด้านการวิจยั ศึกษา และเผยแพร่จะมีบทบาท
สำคัญยิง่ ซึง่ ได้แก่การเปิดเผยข้อมูลสูส่ าธารณะ และเปิดโอกาสให้ทกุ ฝ่ายมีสว่ นร่วม
ในการแทรกแซงและเสริมสร้างพลังทางสังคม เพือ่ ส่งเสริมคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
สิ่งที่พึงเน้นย้ำก็คือ รายละเอียดเกี่ยวกับความใส่ใจของ กสม. ต่อประเด็น
ด้านนโยบายสาธารณะและการพัฒนาวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในระยะยาวดังที่ได้
นำเสนอมานี้ มิได้มีนัยแต่อย่างใดเลยว่า กรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น
วันต่อวันนัน้ จะได้รบั ความใส่ใจน้อยกว่า ตรงกันข้าม กสม. ชุดปัจจุบนั มีความเข้าใจ
และเห็นพ้องต้องกันว่า กรณีที่มีการร้องเรียนหรือที่ได้รับรู้มาทุกกรณีการละเมิดสิทธิ
จะต้องถือเป็นเรื่องสำคัญ และจะต้องหาทางเยียวยาแก้ไขให้ลุล่วงโดยขยายผล
ออกไปด้วย กล่าวคือ คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบและหาทาง
ศึกษาวิจัยให้นำไปสู่การปฏิรูปกฎหมายหรือปรับปรุงแก้ไขนโยบายที่เกี่ยวข้องในกรณี
ที่จำเป็นด้วย อนึ่ง เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านนโยบายสาธารณะ กสม.
๔๒
สำนั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ