สิทธิมนุษยชน รวมบทความ ศ.เสน่ห์ จามริก
โปรดเกล้าฯ แต่งตัง้ จากระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั องค์ประกอบของคณะกรรมการ
สรรหานัน้ ก็นบั ว่าน่าสนใจ โดยประกอบด้วยกรรมการ ๒๗ คน มาจากองค์กรของรัฐ
๔ คน มาจากสถาบันวิชาการ ๕ คน มาจากองค์กรเอกชน ๑๐ คน มาจากพรรค
การเมือง ๕ คน และมาจากสื่อมวลชน ๓ คน ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคน
จะต้องได้รบั เสียงสนับสนุนไม่นอ้ ยกว่า ๓ คน ใน ๔ ของคณะกรรมการ ในส่วนของ
วุฒิสภานั้น ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อแต่ละคนจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า
กึง่ หนึง่ ของจำนวนวุฒสิ มาชิกทัง้ หมด (๒๐๐ คน) โดยต้องคำนึงถึงสัดส่วนทีเ่ หมาะสม
ระหว่างชายและหญิงด้วย๘ นี่คือที่มาของ กสม. แนวคิดโดยรวมนั้นอยู่ที่ว่าคณะ
กรรมการฯ ควรเป็นตัวแทนของทัศนะหลากหลายในสังคมได้อย่างกว้างขวางที่สุด
เท่าทีจ่ ะเป็นไปได้ และเมือ่ มองในภาพรวมก็อาจกล่าวได้วา่ องค์กรนอกภาครัฐและกลุม่
ประชาสังคมนับเป็นแรงผลักดันที่มีน้ำหนักมากทีเดียวนับแต่ขั้นตอนของการสรรหา
เป็นต้นมา ดังทีส่ ะท้อนอยูใ่ นองค์ประกอบของ กสม. ชุดปัจจุบนั
ภารกิจเบื้องหน้า
ดังได้กล่าวแล้วถึงเจตนารมณ์ในการปฏิรปู ของ “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”
ซึ่งแม้จะขัดกับความมุ่งหวังของบรรดานักธุรกิจ-ควบ-การเมืองอยู่ไม่น้อยก็ตาม
สิง่ ทีเ่ สีย่ งต่อการได้เสียก็คอื ผลประโยชน์ผกู พันมหาศาลทีแ่ ผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
จากการที่ทั้งประเทศเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและโลกาภิวัตน์ชนิดสั่งการจากเบื้องบน
ลงสู่เบื้องล่าง ในสภาพเงื่อนไขทางการเมืองดังกล่าวนี้ ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด
ที่มักถือกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีรากฐานมาจากความไม่ไว้วางใจต่อการเมือง
ประเภทฉ้อฉลใช้เงินแบบเดิม ๆ และทางออกนั้นอยู่ที่การส่งเสริมให้ “การเมือง
ภาคประชาชน” เป็นพลังถ่วงดุล ดังนั้นจึงมีการเน้นความสำคัญเป็นพิเศษต่อสิทธิ
และการมีสว่ นร่วมของประชาชนทัว่ ไปในช่วงหัวเลีย้ วหัวต่อทีส่ ำคัญของการเปลีย่ นแปลง
๘
พระราชบัญญัตคิ ��ะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๘
๓๒
สำนั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ