สิทธิมนุษยชน รวมบทความ ศ.เสน่ห์ จามริก และชุมชนท้องถิ่น แต่หากปราศจากความสำนึกและการปูทางให้เกิดแนวทางพื้นฐาน และการสร้างพลังร่วมกันแล้ว การพูดคุยหรือกระทำการทัง้ หลายก็ยอ่ มไม่เกิดผลอันใด แม้ว่าจะจริงใจมุ่งมั่นเพียงใดก็ตาม และจากประสบการณ์ของผม นี่แหละคือส่วน ที่ยากที่สุดของภารกิจทั้งปวง แต่ก็เป็นเงื่อนไขแรกสุดที่มาก่อนเรื่องอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ จึ ง ใคร่ ข อนำเสนอมุ ม มองสามประการ ซึ ่ ง สั ม พั น ธ์ ก ั น และกั น ให้ ท ี ่ ป ระชุ ม ได้ พิจารณาดังนี้ (๑) ความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นสิง่ ทีเ่ ราต้องเข้าใจและดำเนินการ ในฐาน ที่เป็นฐานทรัพยากรเขตร้อนหนึ่งเดียว อันจะนำซึ่งแนวทางร่วมกันและการรวม พลังกัน โดยข้ามพ้นเส้นแบ่งและการแบ่งแยกชุมชนท้องถิ่นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ภายในชาติหรือระหว่างชาติกต็ าม (๒) ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันระหว่างพื้นที่และประชาชนทั้งในเขต เทือกเขา ที่ราบลุ่มและท้องทะเล เพื่อรวมกันเป็นเครือข่ายชุมชนฐานทรัพยากร ซึง่ ต่างก็ถกู ภัยคุกคามของโลกาวิวฒ ั น์และชนชัน้ นำทีแ่ ปลกแยกผลักสูช่ ายขอบ และ (๓) การตระหนักร่วมกันว่า จะต้องมีการปฏิรูปตนเองบนพื้นฐานของ การพึ่งตนเองและสิทธิในการพัฒนา เพื่อให้แหล่งความรู้ ความสร้างสรรค์ ที่มีอยู่ ภายในชุมชน ได้รับการฟื้นฟูพัฒนาขึ้นเป็นฐานให้กับการนำเอาความรู้สมัยใหม่ มาปรับใช้และสอดประสานอย่างม���ประสิทธิภาพเหมาะสม๒ แน่นอนว่าการประชุมครัง้ นีย้ อ่ มครอบคลุมเรือ่ งเหล่านีอ้ ยูแ่ ล้ว แต่สง่ิ สำคัญนัน้ อยู่ที่การเน้นย้ำและผลักดันสู่นโยบายและแผนยุทธศาสตร์ที่แจ่มชัดในการกระทำ ร่วมกัน แท้ทจ่ี ริง ปวงชนและชุมชนทัง้ หลายทัว่ โลกก็ได้เริม่ กระทำการด้วยตนเองแล้ว ถึงขั้นที่ก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ในเรื่องสิทธิกลุ่มชนบนพื้นฐานวิถีชีวิตของชุมชน ๒ Saneh Chamarik, “Technological Self-Reliance and Cultural Freedom”, in C.G. Weeramantry, ed., Human Rights and Scientific and Technological Development, Tokyo, United Nations University Press, ๑๙๙๐, p. ๕๖. สำนั ก งานคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ๕

Select target paragraph3