รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘ ส�ำหรับกรณีการด�ำเนินการกระบวนยุติธรรม ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ เรือ่ ง ความผิดทีอ่ ยูใ่ นอ�ำนาจพิจารณา พิพากษาคดีของศาลทหาร ฉบับที่ ๓๘/๒๕๕๗ เรือ่ ง คดีทปี่ ระกอบด้วยการกระท�ำหลายอย่างเกีย่ วโยงกันให้อยูใ่ นอ�ำนาจศาลทหาร และฉบับที่ ๕๐/๒๕๕๗ เรื่อง ให้ศาลทหารมีอ�ำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่ใช้เฉพาะ แต่การสงคราม ส่งผลให้พลเรือนต้องอยู่ในอ�ำนาจการพิจารณาของศาลทหารในการกระท�ำความผิดในลักษณะความผิดต่อ องค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผูส้ ำ� เร็จราชการแทนพระองค์ ความผิดต่อความมัน่ คงของรัฐภายในราชอาณาจักร ความผิดตามประกาศหรือค�ำสั่ง คสช. ความผิดที่อยู่ในอ�ำนาจศาลทหารตามค�ำสั่งของ คสช. ความผิดฐานมีหรือใช้อาวุธปืน เครือ่ งกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดนัน้ ประมวลข้อมูลและสรุปสถานการณ์ในปี ๒๕๕๘ ได้ ดังนี้ ประเภท ๑. คดีทศี่ าลรับฟ้อง - พิจารณาเสร็จ - อยูร่ ะหว่างการพิจารณา ๒. อยูร่ ะหว่างฝากขัง ๓. ส่งส�ำนวนคืน รวม จ�ำนวน (คดี) ๘๕ ๕๒ ๓๓ ๔๕ ๑๘ ๑๔๘ โดยสถิติคดีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ของศาลทหารกรุ ง เทพ ๓๖ ตั้ ง แต่ วั น ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่ ง เป็ น ช่ ว งที่ มี ก ารประกาศใช้ กฎอัยการศึก รวมมีคดีขอฝากขัง ๑๔๘ คดี จ�ำนวนผูท้ ำ� ความผิด ๑๗๒ ราย ศาลรับฟ้อง ๘๕ คดี พิ จ ารณาเสร็ จ ๕๒ คดี และ อยู ่ ร ะหว่ า งการพิ จ ารณาอี ก ๓๓ คดี นอกจากนี้ ยังอยู่ในระหว่างฝากขัง ๔๕ คดี ส่งส�ำนวนคืน ๑๘ คดี ออกหมายจับ ๘๐ ราย และออกหมายค้น ๒ ราย ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ บทที่ ๓ สถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อมูลสถิติคดีที่พลเรือนถูกด�ำเนินคดีในศาลทหาร ตัง้ แต่วนั ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘๓๓ พบว่า มีคดี ทีพ่ ลเรือนถูกด�ำเนินคดีในศาลทหาร ๑,๔๐๘ คดี มีผตู้ อ้ งหาและจ�ำเลย ๑,๖๒๙ คน ในจ�ำนวนนีเ้ ป็นพลเรือนทีข่ นึ้ ศาลทหารกรุงเทพ ๒๐๘ คน และศาลทหารอืน่ ๆ ดังนี้ ศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๓ จังหวัดขอนแก่น มีจำ� นวน ๑๕๘ คน ศาลมณฑลทหารบกที่ ๓๒ จังหวัดล�ำปาง มีจำ� นวน ๑๕๘ คน และศาลมณฑลทหารบกที่ ๔๒ จัง���วัดสงขลา จ�ำนวน ๑๑๕ คน เช่น การด�ำเนินคดีนกั ศึกษากลุม่ ดาวดิน จ�ำนวน ๑๔ คน ฐานฝ่าฝืนค�ำสัง่ คสช.๓๔ การด�ำเนินคดีกบั พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา นายสุรยิ นั สุจริตพลวงศ์ และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อกล่าวหาหมิน่ สถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒๓๕ เป็นต้น คสช. ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกทัว่ ราชอาณาจักร ตัง้ แต่วนั ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ – ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ส่งผลให้การพิจารณาของศาลทหารในช่วงระยะเวลา ดั ง กล่ า วเป็ น ศาลทหารในเวลาไม่ ป กติ จึ ง ไม่ ส ามารถที่ จ ะอุ ท ธรณ์ ห รื อ ฎี ก า ค�ำพิพากษาได้ แม้ว่าต่อมาได้มีการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกไปแล้ว แต่คดี ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึกแล้วการพิจารณาคดียังไม่สิ้นสุด ถือเป็นคดีทเี่ กิดในเวลาไม่ปกติ ยังคงต้องห้ามอุทธรณ์หรือฎีกา ศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน <https://tlh2104.wordpress.com/2015/11/13/static-case-in-military-court/>(เข้าดู ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙) ดูรายละเอียดได้ที่ <www.posttoday.com/politic/372913>(เข้าดู ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙) ดูรายละเอียดได้ที่ <www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1445411585>(เข้าดู ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙) น.ท.สุรชัย สรามเตะ ตุลาการพระธรรมนูญของศาลทหารกรุงเทพ, ดูรายละเอียดได้ที่ <www.thairath.co.th/content/491628,>(เข้าดู ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙) 40

Select target paragraph3