รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี วาดวยการปองกันและบริหารจัดการดานเอดสในสถานที่ทํางาน เปนตน ตลอดจนการเสริมสรางพลังและ ความเขมแข็งของภาคประชาสังคมบนฐานคิดเรื่องสิทธิมนุษยชน และการสงเสริมสนับสนุนใหเกิดพื้นที่/ชุมชน จัดการสุขภาพตนเอง วาระที่ 2 การปองกัน ดูแลรักษา ลดผลกระทบและขจัดการตีตรา การเลือกปฏิบัติ (เนนโดยผูวิจัย) โดย การพัฒนาระบบบริการสุขภาพดานการปองกันเอชไอวีแบบผสมผสาน รอบดาน มีมาตรฐานเดียว ขจัดการเลือก ปฏิบัติในการเขาถึงและไดรับบริการสุขภาพ ทั้งในสวนของรัฐและเอกชน การพัฒนาบริการสุขภาพที่ขยายให ครอบคลุมคนที่ไมไดรับสิทธิ เสริมสรางหลักประกันและความมั่นคงดานสุขภาพ การรณรงคตอสาธารณะเพื่อปรับ เปลี่ยนทัศนคติ สงเสริมกระบวนการมีสวนรวมของภาคประชาสังคมในกระบวนการทดลองและพัฒนาระบบรัฐ สวัสดิการสําหรับเด็กกําพราและผูสูงอายุอยางเทาเทียมกัน โดยไมแบงแยกเฉพาะผูไดรับผลกระทบจากเอดส วาระที่ 3 โครงสร า งและกลไกการขั บ เคลื่ อ นเพื่ อ ส ง เสริ ม สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน วาระเอดส แ ห ง ชาติ และ กระบวนการทํางานของภาคประชาสังคม โดยใหมีการจัดตั้งกองทุนดานการปองกันเอดสในระดับประเทศ ขับเคลื่อนการปองกันและแกไขปญหาเอดสอยางมีประสิทธิภาพ โดยทบทวนปรับปรุงการขับเคลื่อนงานเอดส ของประเทศ สนับสนุนใหกลไกในการสงเสริมและคุมครองสิทธิ มีบทบาทรวมกับหนวยงานดานสิทธิมนุษยชน ในการสงเสริมการเรียนรูและสรางบรรยากาศทางสังคมเรื่องสิทธิมนุษยชน และสงเสริมการมีสวนรวมของ ภาคประชาสั ง คมในการดํ า เนิ น งานเฝ า ระวั ง และกํ า กั บ ดู แ ลการดํ า เนิ น งานที่ เ คารพ ปกป อ ง ส ง เสริ ม สิ ท ธิ ดานสุขภาพและสิทธิมนุษยชน สนับสนุนความเขมแข็งของกลไกภาคประชาชนในดานเอดส เพื่อใหมีการติดตาม ขับเคลื่อนวาระเอดสแหงชาติโดยภาคประชาชน สงเสริมใหมีกลไกจังหวัดและทองถิ่นในการจัดการสุขภาพตนเอง ที่ครอบคลุมนโยบายเรื่องเอดส และการพัฒนาระบบการติดตามประเมินผลที่มีสวนรวมของภาคประชาชน กลาวไดวา แมเครือขายภาคประชาสังคมดานเอดสจะมีหลายองคกร แตละองคกรก็มกี ารทํางานเชือ่ มโยงกัน และมีความเชื่อมโยงกับ คป.ชอ. อยางใกลชิด จุดเดนหนึ่งของเครือขายภาคประชาสังคม คือ การมีเครือขาย ทั้งในระดั���พื้นที่ และเครือขายในระดับชาติ ทําใหสามารถเขาถึงผูติดเชื้อเอชไอวีที่ประสบปญหาการเลือกปฏิบัติ ไดมากกวาหนวยงานจากภาครัฐ โดยขอมูลจากการสัมภาษณและสนทนากลุมผูติดเชื้อเอชไอวี พบวา เมื่อประสบ ปญหาการเลือกปฏิบัติ ผูติดเชื้อมักขอความชวยเหลือจากเครือขายผูติดเชื้อดวยกัน หรือการใหบริการขององคกร ในภาคประชาสังคมมากกวา เพราะสามารถเขาถึงไดสะดวกกวาองคกรภาครัฐ นอกจากนี้ ยังอาจเปนเพราะการมี เครือขายเชื่อมโยงกันขององคกรคุมครองสิทธิของผูติดเชื้อ จึงทําใหปญหาของพวกเขาไดรับการตอบสนองมากกวา โดยจากปญหาการเลือกปฏิบัติในหลายกรณี พบวา เมื่อมีการรองเรียนไมวาจะเปนในพื้นที่หรือในสวนกลาง กพอ. ซึ่งสวนหนึ่งเปนอนุกรรมการระดับชาติ ดานการสงเสริมและคุมครองสิทธิใน คช.ปอ. จะมีการประสานงานระหวาง กันเพื่อใหเกิดการแกไขปญหา โดยเฉพาะการประสานงานกับนายจางเพื่อเขาไปทําความเขาใจเกี่ยวกับสิทธิของ ผูติดเชื้อ การแพรระบาดของโรค จนทําใหองคกรบางแหงมีการปรับเปลี่ยนนโยบายในการจางงาน โดยยกเลิก นโยบายในการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อ นอกจากนี้ จากประสบการณในการดําเนินงานเพื่อคุมครองสิทธิของผูติดเชื้อเอชไอวี170 ซึ่งมูลนิธิศูนย คุมครองสิทธิดานเอดส (FAR) ไดรับทุนสนับสนุนจากหนวยงานระหวางประเทศที่เกี่ยวกับโรคเอดส ใหมาจัดทํา 170 ขอมูลจากผูอํานวยการมูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส, การประชุมเชิงปฏิบัติการวิเคราะหขอมูล, 24 ตุลาคม 2556 67

Select target paragraph3