62 รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี สําหรับในยุทธศาสตรปองกันและแกไขปญหาเอดสแหงชาติ พ.ศ. 2555-2559 แมจะมีมาตรการเพื่อลด การตีตราและการเลือกปฏิบัติในกลุมผูติดเชื้อ แตอุปสรรคสําคัญอยูตรงที่การดําเนินงานขาดความตอเนื่อง ในปจจุบันมีเพียงกลไกคุมครองสิทธิระดับจังหวัด (สคช.) แตยังไมมีหนวยงานระดับพื้นที่ที่ทําหนาที่คุมครองสิทธิ โดยเฉพาะในชวงเวลาที่ภาครัฐบาลไมใหความสนใจกับปญหาเรื่องเอชไอวีเชนในปจจุบัน151 ความทาทายในการ ดําเนินงานตามแผนปจจุบันมาจากระบบงบประมาณในปจจุบันไมเอื้อตอการเรงรัดการดําเนินงานปองกันได อยางจริงจังและตอเนื่อง งบประมาณในการดําเนินการสวนใหญเปนงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนโลกเพื่อตอสู โรคเอดส วัณโรค และมาลาเรีย (GFATM) ซึ่งมีการคาดการณวาหลังจากปงบประมาณ พ.ศ. 2557 ประเทศไทย มีโอกาสที่จะไดรับการสนับสนุนตอเนื่องนอยลง152 ในปจจุบันกลไกที่มาจากภาคประชาสังคมในคณะกรรมการแหงชาติวาดวยการปองกันและแกไขปญหา เอดส จึงกลายเปนกลุมที่มีบทบาทสําคัญในการแกไขปญหาเพื่อคุมครองสิทธิเชื้อเอชไอวี และหนวยงานในภาค ประชาสังคมจึงกลายเปนดานหนาที่รับการรองเรียนเหลานี้ แทนที่จะเปนบทบาทของหนวยงานภาครัฐ153 สําหรับการเคลื่อนไหวของหนวยภายใตที่มีภารกิจในเรื่องนี้ที่สําคัญ ไดแก กรมสวัสดิการและคุมครอง แรงงานซึ่งการเคลื่อนไหวเพื่อสงเสริมสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย เกิดขึ้นในราว ทศวรรษ 2540 โดยความรวมมือของกระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุมครองแรงงาน องคการแรงงาน ระหวางประเทศ (International Labour Organization : ILO) องคกรนายจาง องค��รลูกจาง องคกรพัฒนา เอกชน และเครื อ ข า ยผู  ติ ด เชื้ อ เอชไอวี หน ว ยราชการ และสถาบั น การศึ ก ษาที่ เ กี่ ย วข อ งซึ่ ง ร ว มกั น พั ฒ นา “แนวปฏิบัติการปองกันและจัดการดานเอดสในสถานประกอบกิจการ” ที่ออกมาโดยกรมสวัสดิการและคุมครอง แรงงาน ในป พ.ศ. 2548 ซึ่งตอมา มีการปรับปรุงแกไขและประกาศใชอีกครั้งในป พ.ศ. 2555154 แนวปฏิบัติฉบับนี้ มีวัตถุประสงค 4 ประการ คือ155 1. เพื่อสงเสริมใหมีการรวมหารือและสรางความรวมมือระหวางหนวยงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของ ทั้งภาครัฐ นายจาง ลูกจาง ผูติดเชื้อเอชไอวี ผูปวยเอดส ผูปวยวัณโรค ผูไดรับผลกระทบ ผูนําชุมชน และองคกรพัฒนาเอกชน ในการแกไขและปองกันปญหาเอดสและวัณโรค 2. เพื่อใหสถานประกอบกิจการใชเปนแนวทางในการดําเนินงานปองกันและจัดการดานเอดสในสถาน ประกอบกิจการดวยความสมัครใจ (เนนโดยผูวิจัย) 3. เพื่อเปนเกณฑใหสถานประกอบกิจการใชในการตรวจสอบและประกาศแสดงตนเองวา เปนสถาน ประกอบกิจการที่ปฏิบัติสอดคลองกับมาตรฐานการบริหารจัดการเอดสและวัณโรคในสถานประกอบกิจการ 4. เพื่อใชเปนเกณฑพิจารณาใหการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการดานเอดสและวัณโรคในสถาน ประกอบกิจการ ผูอํานวยการศูนยอํานวยการบริหารจัดการปญหาเอดสแหงชาติ, สัมภาษณ, 18 เมษายน 2556 คณะกรรมการแหงชาติวาดวยการปองกันและแกไขปญหาเอดส, ยุทธศาสตรปองกันและแกไขปญหาเอดสแหงชาติ พ.ศ.2555-2559, หนา 3-4. 153 จากการสอบถามเจาหนาทีก่ รมสวัสดิการและคุม ครองแรงงาน พบวา ในสายดวนแรงงาน ไมคอ ยมีการรองเรียนเรือ่ งเกีย่ วกับผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี แตเปนการ รองเรียนเรื่องสวัสดิการทั่วไปของแรงงานมากกวา (เจาหนาที่กรมสวัสดิการและคุมคร��งแรงงาน, สัมภาษณ, 26 กุมภาพันธ 2556) 154 โดยทัว่ ไป สาระสําคัญของประกาศไมตา งจากเดิมมากนัก สวนทีแ่ ตกตางจากประกาศฉบับเดิมคือ การผนวกเรือ่ งผูต ดิ เชือ้ วัณโรคเขาไปดวย และมีการเพิม่ เติม ในวัตถุประสงคขอ 3 155 ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง แนวทางการปองกันและบริหารจัดการดานเอดสและวัณโรคในสถานประกอบการ 25 กรกฎาคม 2555 151 152

Select target paragraph3