รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
ภายใตโครงสรางดังกลาว คณะอนุกรรมการระดับประเทศดานการสงเสริมและคุมครองสิทธิดานเอดส
เป น กลไกหลั ก ที่ ทํ า หน า ที่ เ กี่ ย วข อ งกั บ ป ญ หาการเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นการประกอบอาชี พ ของผู ติ ด เชื้ อ นอกจาก
อนุกรรมการชุดนีแ้ ลว ในยุทธศาสตรปอ งกันและแกไขปญหาเอดสแหงชาติ พ.ศ. 2555 - 2559 ยังมีหนวยงานอืน่ ๆ
ที่ มี ภ ารกิ จ เกี่ ย วข อ ง 148 ที่ สํ า คั ญ ได แ ก กระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะกรมสวั ส ดิ ก ารและคุ ม ครองแรงงาน
มีภารกิจในการสงเสริมสนับสนุนดานอาชีพใหแกผูติดเชื้อ ผูปวยเอดส และผูไดรับผลกระทบ ใหสามารถมีรายได
พึง่ พาตนเองไดตามสมควร สํานักงานอัยการสูงสุด มีภารกิจในการเผยแพรความรูแ ละความเขาใจเรือ่ งสิทธิมนุษยชน
เกีย่ วกับการคุม ครองสิทธิ ตลอดจนหนาทีข่ องบุคคลเกีย่ วกับเอดสตามกฎหมายแกประชาชนกลุม ตาง ๆ สภาทนายความ
มีหนาที่ในการดําเนินการและสนับสนุนใหสภาทนายความจังหวัดเผยแพรความรูเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ดานเอดส
แกประชาชน ตลอดจนดําเนินการและสนับสนุนใหสภาทนายความจังหวัดจัดและพัฒนาระบบการรับเรื่องรองเรียน
และใหความชวยเหลือทางกฎหมายใหสามารถใหบริการและชวยเหลือคุมครองสิทธิในประเด็นสิทธิดานเอดส
มากขึ้น และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติมีหนาที่ในการพัฒนาระบบและดําเนินการรับเรื่องรองเรียนและ
ตรวจสอบการละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนให มี ค วามสามารถในการให บ ริ ก ารเกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ ด า นเอดส ไ ด อ ย า งมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น เสนอความเห็นตอรัฐบาลเพื่อใหมีมาตรการในการคุมครองสิทธิมนุษยชนดานเอดสมากขึ้น
และใหขอเสนอแนะแกรัฐบาลและหนวยงานตาง ๆ ในการแกไขปญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนดานเอดส เผยแพร
ความรูความเขาใจเรื่องสิทธิมนุษยชนดานเอดสใหกับเครือขายตาง ๆ ภายใตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
รวมทั้งจัดทําและสนับสนุนใหภาคประชาสังคมจัดทํารายงานสถานการณสิทธิมนุษยชนดานเอดสประจําป
สําหรับการดําเนินงานเพื่อลดการเลือกปฏิบัติและการตีตราตอผูติดเชื้อเอชไอวีของ คช.ปอ. และ ศบ.จอ.
ไดมีการกําหนด แนวปฏิบัติแหงชาติวาดวยการปองกันและบริหารจัดการดานเอดสในสถานที่ทํางาน เพื่อให
สถานที่ทํางานถือเปนหลักปฏิบัติ ตั้งแตวันที่ 21 สิงหาคม 2552 นอกจากสาระสําคัญเรื่องแนวทางการปองกัน
การแพรระบาดของโรคเอดส/เชื้อเอชไอวีในสถานที่ทํางานแลว แนวปฏิบัติแหงชาติฉบับนี้ยังใหความสําคัญกับ
“(1) การคุมครองสิทธิมนุษยชน ไดแก การปกปองคุมครอง และสงเสริมการปฏิบัติตอคนทํางานและ
คนสมัครงานอยางเทาเทียมกัน และขจัดการเลือกปฏิบัติ��ดยไมเปนธรรมตอผูติดเชื้อและผูไดรับผลกระทบ ดังนี้
การจางงานและการสมัครงานตองไมมีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีหรือการแสดงหลักฐานวาไมติดเชื้อเอชไอวี
เพื่อคัดกรองคนทํางานและคนสมัครงาน หรือเพื่อเปนเงื่อนไขในการจางงาน หรือเปนหลักเกณฑวาคนทํางานและ
คนสมัครงานขาดคุณสมบัติในการจางงาน...”149
อยางไรก็ดี แมวาแนวปฏิบัติจะออกมาในป พ.ศ. 2552 แตดูเหมือนจะไมไดรับการยอมรับในหมูนายจาง
มากนัก ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยในหนวยงานรัฐบางหนวยงาน ก็ยังมีการบังคับใหมีการตรวจเลือดเพื่อหา
เชื้อเอชไอวี และใชเปนเงื่อนไขในการคัดกรองคุณสมบัติ เชนเดียวกับหนวยงานภาครัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน
จํานวนไมนอยที่ยังคงมีหลักเกณฑเชนนี้อยู150
(รายละเอียดในบทที่ 3)
ศป.จอ., ภารกิจการดําเนินงานปองกันและแกไขปญหาเอดสของหนวยงานและองคกรตางๆ [ออนไลน] retrieved from http://www.thailandaids.org/main/
index.php/2012-06-21-06-54-48/2012-07-06-08-56-04
149
ประกาศคณะกรรมการแหงชาติ วาดวยการปองกันและแกไขปญหาเอดส เรือ่ ง แนวปฏิบตั แิ หงชาติ วาดวยการปองกันและบริหารจัดการดานเอดสในสถานที่
ทํางาน ขอ 7 [ออนไลน] retrieved from http://www.thailandaids.org/main/index.php/2012-06-21-06-54-48/2012-07-06-06-5944?limitstart=0
150
มีการประเมินขัน้ ตนวา ในป 2554 “หนวยงานทีม่ กี ารบังคับใหมกี ารตรวจหาเชือ้ เอชไอวีในภาครัฐมี ราวรอยละ 1-2ขณะทีเ่ อกชนมีประมาณรอยละ 5-10
อยางไรก็ดี ตัวเลขทีช่ ดั เจนยังคงเปนปญหาอยู เนือ่ งจากคนกลุม นี้ เมือ่ ถูกละเมิดจะไมกลาออกมาดําเนินคดี ทําใหไมมตี วั เลขแนชดั ” (คํากลาวของ
รองอธิบดีกรมควบคุมโรคในการการสัมมนา เรือ่ ง “การตรวจการติดเชือ้ เอชไอวีโดยไมสมัครใจ : ผลกระทบและแนวทางแกไข” 4 ต.ค.2556 ทีก่ รมควบคุมโรค
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000126387)
148
61