. รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี การตรวจเลือดในธุรกิจธนาคาร (2556) เมื่อผูติดเชื้อซึ่งทํางานอยูในองคกรขนาดใหญ ไปสมัครงานในตําแหนงพนักงานบริการลูกคา ของธนาคารแหงหนึ่ง หลังจากการสัมภาษณ ฝายบุคคลแจงใหผูติดเชื้อคนนั้นไปตรวจสุขภาพ โดยในรายงาน การตรวจสุขภาพระบุวา ติดเชื้อเอชไอวีทําใหผูติดเชื้อลําบากใจที่จะสงผลดังกลาว อยางไรก็ดี เนื่องจากกรณีนี้เปน กรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นจึงยังไมมีความคืบหนาในการดําเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ผูสมัครงานที่มีผลเลือดเปน Inter Minin (ซึ่งเปนผลเลือดที่ไมชัดเจน แตมีแนวโนมวาผลเลือดจะเปนบวก) ถูกปฏิเสธการจางงานดวย อยางไรก็ดี การเลือกปฏิบัติโดยการบังคับตรวจเลือดกอนจางงานถือเปนรูปแบบการเลือก ปฏิบัติตอผูติดเชื้อที่แพรหลายที่สุด ไมวาจะเปนกิจการของรัฐหรือกิจการภาคเอกชน มีธุรกิจอีกจํานวนมากที่บังคับ ใหผูสมัครงานตองตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวี แตเนื่องจากไมมีการรองเรียนจากผูติดเชื้อ จึงไมมีการเคลื่อนไหว เพือ่ แกไขปญหาในกรณีดงั กลาว เชน การบังคับตรวจเลือดในกิจการของรัฐวิสาหกิจแหงหนึง่ เมือ่ เจาหนาทีท่ รี่ บั ผิดชอบ ไดขอมูล แนวปฏิบัติแหงชาติวาดวยการปองกันและบริหารจัดการดานเอดสในสถานที่ทํางาน ก็โทรศัพทมา ปรึกษาเจาหนาที่ในศูนยอํานวยการบริหารจัดการปญหาเอดสแหงชาติ111 หรือกรณีที่บริษัทมหาชนขนาดใหญ ปฏิเสธที่จะขอรับมาตรฐาน ASO Thailand เนื่องจากองคกรนี้ ยังคงมีแนวทางการบังคับตรวจเลือดกอนเขาทํางาน เปนตน112 (2) ถูกบังคับใหออกจากงานเนื่องจากติดเชื้อเอชไอวี113 กรณีนี้พบในธุรกิจรานอาหาร (2555) ซึ่งแมวาจะไมมีการบังคับใหตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อ เอชไอวีขณะจางงาน แตหลังจากผูติดเชื้อเขาไปทํางานไดไมกี่วัน ผูจัดการสถานประกอบการเรียกผูติดเชื้อไปพบ และเล า ให ฟ  ง ว า มี ลู ก ค า มาแจ ง ว า พนั ก งานติ ด เชื้ อ จึ ง เรี ย กพนั ก งานที่ ติ ด เชื้ อ มาสอบถามว า ติ ด เชื้ อ หรื อ ไม เมื่อพนักงานคนดังกลาวยอมรับวาตนเองติดเชื้อก็ถูกตําหนิที่ไมบอกความจริง และใหเหตุผลวา “ถาเพื่อนรวมงาน ติดเชื้อจะวาอยางไร” แมผูติดเชื้อจะพยายามอธิบายถึงชองทางการติดตอ แตผูจัดการก็ไมรั��ฟงและไมให มาทํางานอีก โดยใหนําบัตรพนักงานมาคืน และแจงวาจะโอนคาจางใหในภายหลัง 2) กรณีศึกษาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ข อ มู ล จากการสั ม ภาษณ ผู  ใ ห ข  อ มู ล หลั ก ชี้ ใ ห เ ห็ น การเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นการประกอบอาชี พ ของผูติดเชื้อเอชไอวีใน 2 แบบ คือ การบังคับตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีกอนจางงาน และการใหออกจากงาน เมื่อรูวาติดเชื้อเอชไอวี เมื่อไดขอมูลจากมูลนิธิศูนยคุมครองสิทธิดานเอดส ผูวิจัยไดติดตอสัมภาษณผูติดเชื้อ ที่ยินยอมใหขอมูลในทั้ง 2 กรณี กรณีแรก เปนผูติดเชื้อที่ไมไดรับการจางงานในธุรกิจขายปลีกที่มีการขายอาหาร และกรณีที่สอง เปนผูติดเชื้อที่นายจางใหออกจากงานเมื่อรูวาเคยติดเชื้อเอชไอวีในธุรกิจรานอาหาร แตละกรณี มีรายละเอียด ดังนี้ ขอมูลจากเจาหนาทีศ่ นู ยอาํ นวยการบริหารจัดการปญหาเอดสแหงชาติ, การสนทนากลุม เจาหนาทีข่ องรัฐ เอกชนและองคกรพัฒนาเอกชนทีท่ าํ งานเกีย่ วของ กับผูติดเชื้อเอชไอวี 1 มีนาคม 2556 112 ขอมูลจากเจาหนาทีส่ มาคมแนวรวมธุรกิจไทยตานภัยเอดส, การสนทนากลุม เจาหนาทีข่ องรัฐ เอกชนและองคกรพัฒนาเอกชนทีท่ าํ งานเกีย่ วของกับผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี 1 มีนาคม 2556 113 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณผูติดเชื้อในสวนตอไป 111 49

Select target paragraph3