46
รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารยจัดขึ้น ก็มีขอกําหนดใหผูที่จะเขาอุปสมบทในโครงการตองตรวจเลือด โดยระบุใหมี
การตรวจเชื้อเอชไอวีอยางชัดเจน99 หรือขอกําหนดของวัดบางแหงที่มีการเผยแพรในอินเทอรเน็ต100 เปนตน
ในขณะที่วัดทั่วไป อาจไมไดเครงครัดกับขอกําหนดเรื่องนี้มากนัก
กรณีขางตน เปนกรณีที่แสดงใหเห็นการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นในสถานที่ทํางาน แตในปที่ผานมา
ปรากฏเหตุการณการเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อในสถานศึกษาอันเปนจุดเริ่มตนสําคัญของการทํางานในอนาคต
เมื่อนักศึกษาพยาบาลในมหาวิทยาลัยเอกชนแหงหนึ่ง ถูกตรวจเลือดระหวางเรียน และเมื่อตรวจพบวาติดเชื้อ
เอชไอวี มหาวิทยาลัยขอใหเปลี่ยนสาขาที่เรียนหรือพักการเรียน โดยมหาวิทยาลัยคืนคาเทอมให โดยมหาวิทยาลัย
อางเหตุผลวา “...จะเปนผลดีทั้งกับตัวนักศึกษาเองที่จะไดดูแลตัวเอง ไมตองเขาไปอยูในภาวะเสี่ยงที่อาจจะติด
เชื้อโรคอื่น ๆ เพิ่ม เนื่องจากในโรงพยาบาลจะมีผูปวยหรือเชื้อโรคตาง ๆ มาก และยังเปนการคุมครองสิทธิผูที่จะมา
รับบริการดวย...” 101 และเปน “...การปกปองสิทธิ์ผูปวยมากกวา....เพราะหากปลอยใหนักศึกษาที่มีโรคที่คนทั่วโลก
หวาดกลัวออกไปสัมผัสกับผูปวยแลวเกิดปญหาขึ้นภายหลังจะเสียหายอยางไร เสียหายทั้งสถานพยาบาล
เสี ย หายทั้ ง สถาบั น เสี ย หายทั้ ง มหาวิ ท ยาลั ย ...” 102 อย า งไรก็ ดี กรณี นี้ มี ก ารร อ งเรี ย นไปยั ง คณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแหงชาติดวย และในระหวางนี้อยูในระหวางการฟองรองคดีตอศาลที่ผูติดเชื้อและเครือขายผูติดเชื้อ
เปนโจทกรวม103
3.2 ผลการศึกษาภาคสนาม
การเก็บขอมูลภาคสนามในโครงการวิจัยนี้ ใชวิธีการเก็บขอมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งใหความสําคัญกับการ
ทํ า ความเข า ใจและตี ค วามข อ มู ล อย า งลุ ม ลึ ก ในมุ ม มองแบบคนใน และเก็ บ ข อ มู ล เชิ ง ลึ ก จากผู ใ ห ข อ มู ล หลั ก
(Key Informant) ซึ่งเปนผูที่สามารถใหขอมูลไดอยางชัดเจน จึงทําใหสามารถไดผลการศึกษาที่หนักแนน
และเชื่อถือได ซึ่งแตกตางจากการศึกษาเชิงปริมาณที่เนนการสรางขอสรุปทั่วไป (generalization) จึงตองให
ความสํ า คั ญ กั บ จํ า นวนตั ว อย า งที่ ส ามารถเป น ตั ว แทนประชากรได การเก็ บ ข อ มู ล เชิ ง ปริ ม าณจึ ง ไม ส ามารถ
แสดงใหเห็นปญหาเฉพาะบางประการ โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติไดชัดเจน
การนําเสนอผลการเก็บขอมูลภาคสนาม จะแสดงใหเห็นลักษณะที่แตกตางกันของขอมูลที่ไดมาจากวิธีการ
เก็บขอมูล 2 แบบ คือ
(1) ขอมูลที่ไดจากการสัมภาษณเชิงลึก การสัมภาษณเชิงลึก (in-depth interview) เปนเครื่องมือ
ที่เหมาะสําหรับการเก็บขอมูลกับผูใหขอมูลหลักหรือกรณีศึกษาที่แตกตางไปจากกรณีทั่วไป อยางไรก็ดี เนื่องจาก
ขอมูลของผูติดเชื้อถือเปนความลับเฉพาะบุคคล การเขาถึงขอมูลจําเปนตองไดรับการยินยอมจากตัวผูติดเชื้อเอง
ในบางกรณี จึงไมสามารถสัมภาษณตัวผูติดเชื้อไดโดย���รง แตอาศัยการสัมภาษณตัวกลางซึ่งเปนผูไดรับการติดตอ
จากผูติดเชื้ออีกตอหนึ่ง
แบบฟอรมการตรวจรางกาย ในหนังสือสภาผูแ ทนราษฎรที่ 8225/2552 วันที่ 4 ธันวาคม 2552 จากประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม
ถึงผูอ าํ นวยการโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชนทุกแหงทัว่ ประเทศ เพือ่ ขอความอนุเคราะหใหการสนับสนุนการตรวจรางกายและตรวจเลือดของผูท จี่ ะเขา
อุปสมบท
100
ดูตัวอยางไดใน http://www.watphrasri.org/index.php?option=com_content&task=view&id=39&Itemid=25
101
เดลินิวส 28 สิงหาคม 2555 [online] available from http://www.dailynews.co.th/education/152148
102
ขาวสด 28 สิงหาคม 2555 [online] available from http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhNVEk0TURnMU5R
PT0=
103
ประธานเครือขายผูติดเชื้อเอชไอวีแหงประเทศไทย, การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิเคราะหขอมูล, 24 ตุลาคม 2556
99