14
รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
ความแตกตางกันโดยสภาพหรือสถานการณ การปฏิบัติที่ตางกันอาจถือวาเปนธรรม หากมีความสอดคลองกับ
วัตถุประสงคของกฎหมาย
กลาวไดวาหลักความเสมอภาคและหลักการไมเลือกปฏิบัติถือเปนหลักการแหงสิทธิมนุษยชน
ทีส่ าํ คัญซึง่ ปรากฎอยูใ นตราสารระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชนหลายฉบับดวยกัน อาทิ กฎบัตรสหประชาชาติ13
ปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน พ.ศ. 2491 (ค.ศ. 1948)14 กติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิพลเมืองและ
สิทธิทางการเมือง พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966)15 กติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967)16 อนุสัญญาระหวางประเทศวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ
พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965)17 อนุสัญญาระหวางประเทศวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติตอสตรีในทุกรูปแบบ
พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979)18 อนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989)19 อนุสัญญาวาดวยสิทธิผูพิการ
พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006)20 เปนตน
แมวาตราสารระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชนดังกลาวไดกลาวถึง การหามมิใหมีการเลือก
ปฏิบัติตอบุคคลหรือกลุมบุคคลดวยเหตุแหงเชื้อชาติ เพศ ภาษา ศาสนา ความพิการ และสถานภาพอื่น ๆ แตจาก
การศึกษาพบวา ยังไมมีตราสารระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชนฉบับใดหามมิใหเลือกปฏิบัติตอกลุมบุคคล
ที่ ติ ด เชื้ อ เอชไอวี ใ นฐานะเหตุ แ ห ง การเลื อ กปฏิ บั ติ จนกระทั่ ง ในทศวรรษที่ 1990 คณะมนตรี สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
แหงสหประชาชาติไดขยายความ การเลือกปฏิบัติใหรวมถึง การเลือกปฏิบัติดวยเหตุแหงความแตกตางแหง
“สถานภาพอื่ น ๆ” ซึ่ ง ให มี ค วามหมายครอบคลุ ม ถึ ง ลั ก ษณะต า ง ๆ ที่ ไ ม ไ ด กํ า หนดไว เ ป น การเฉพาะ
และรวมตลอดถึง “สภาวะทางสุขภาพ” ดวย ดังนั้น หากตีความตามคํานิยามดังกลาว การเลือกปฏิบัติตอผูติดเชื้อ
เอชไอวีหรือผูที่เชื่อวาเปนผูติดเชื้อเอชไอวี จึงเปนการเลือกปฏิบัติที่ถือเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ที่ไมอาจกระทําได ภายใตตราสารระหวางประเทศวาดวยสิทธิมนุษยชน
2.1.2 การเคลื่อนไหวในเวทีระหวางประเทศวาดวยประเด็นสิทธิมนุษยชนและเชื้อเอชไอวี/เอดส
นอกจากกรอบกฎหมายระหวางประเทศที่กลาวมาแลว ในชวงทศวรรษที่ 1990 ถือไดวามี
การเคลื่อนไหวอยางตอเนื่องโดยองคการระหวางประเทศที่เกี่ยวของ อาทิ องคการอนามัยโลก (World Health
Organization หรือ WHO) โครงการโรคเอดสแหงสหประชาชาติ (the Joint United Nations Programme on
HIV/AIDS หรือ UNAIDS) และองคการแรงงานระหวางประเทศ (International Labour Organization หรือ ILO)
ในการผลักดันเวทีหารือเพื่อนํามาซึ่งแนวทางในการแกไขปญหาเกี่ยวกับโรคเอดสในมิติตาง ๆ รวมตลอดถึงในมิติ
ของกฎหมายวาดวยสิทธิมนุษยชนของกลุมผูที่อยูรวมกับเชื้อเอชไอวี
Charter of the United Nations, 1945, Preamble, Art.1(2), 3, 13 (1)(b), 55 (c) and 77 (C) วาดวยขอหามในการเลือกปฏิบตั ดิ ว ยเหตุเชือ้ ชาติ เพศ
ภาษา และ ศาสนา
14
The Universal Declaration of Human Rights (UDHR), 1948, Art. 1, 2 and Art.7
15
The International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR), 1966, Art.1 (1), (2), 2 (1),(2),3 and 26
16
The International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights (ICESCR), 1967, Art.1 (1),(2),2 (2),(3) and 3
17
The International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination (CERD), 1965, Art.1 (1), (4), 2 (1) (a) –(e),
(2) and 5
18
The International Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women (CEDAW), 1979, Art.1, 2(a)-(g), 3,
and 4(1),(2)
19
The Convention of the Rights of the Child (CRC), 1989, Art. 2 (1),(2), 5 and 30
20
The Convention on the Rights of Persons with Disabilities (CRPD), 2006, Art.2, 3(a)-(h), 4 (1) (a)-(e),5(1)-(4), 12 (1)-(3)
13