XVI รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี ในการดู แ ลรั ก ษาผู  ติ ด เชื้ อ เอชไอวี เพื่ อ เป น การขจั ด มายาคติ อั น เป น สาเหตุ สํ า คั ญ ของการเลื อ กปฏิ บั ติ โดยในการรณรงคใหความรูเพื่อสงเสริมและคุมครองสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ควรผนวกเนื้อหาที่ครอบคลุมถึงสิทธิมนุษยชนของผูติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจําเปนตองรวมไปถึงการเสริมความรู เรื่ อ งการติ ด เชื้ อ เอชไอวี ค วามก า วหน า ในการดู แ ลรั ก ษาผู  ติ ด เชื้ อ เอชไอวี เพื่ อ เป น การขจั ด มายาคติ อั น เป น สาเหตุสําคัญของการเลือกปฏิบัติ และจําเปนตองใหความรูกับหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อใหมีความรูความเขาใจ ที่ถูกตองตอการคุมครองสิทธิมนุษยชนของผูติดเชื้อเอชไอวีดวย 3.2.3 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ตองเรงดําเนินการตรวจสอบและเสนอมาตรการ การแกไขโดยเร็ว ในกรณีทมี่ ขี อ รองเรียนเรือ่ งการเลือกปฏิบตั ติ อ ผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี ไมวา จะเปนเรือ่ งการประกอบอาชีพ หรือเรื่องการศึกษาซึ่งมีอิทธิพลตอการประกอบอาชีพในอนาคต เพื่อใหผูติดเชื้อเอชไอวีเขาถึงการคุมครอง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนอย า งรวดเร็ ว และในกรณี ที่ ค ณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห ง ชาติ ไม ส ามารถแก ไขป ญ หา การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อได ใหพิจารณาเสนอเรื่องไปยังกลไกในกระบวนการยุติธรรม ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ8 ไดแก ศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 257 (3)) หรือศาลปกครอง (มาตรา 257 (4)) ในกรณี ที่เปนการละเมิดสิทธิจากภาครัฐ เปนโจทกฟองคดีตอศาลยุติธรรมในกรณีที่เปนการละเมิดสิทธิในภาคเอกชน (มาตรา 257 (5)) หรื อ เป น โจทก ร  ว มฟ อ งคดี กั บ ผู  เ สี ย หาย เพื่ อ สร า งบรรทั ด ฐานการไม เ ลื อ กปฏิ บั ติ แ ละ การคุมครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวีในอนาคต 3.2.4 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ควรเสนอแนะใหรัฐบาล โดยกระทรวงแรงงาน ให ค วามสํ า คั ญ กั บ ประเด็ น การเลื อ กปฏิ บั ติ ใ นการประกอบอาชี พ ของผู  ติ ด เชื้ อ เอชไอวี มี ก ารรณรงค ใหสาธารณชนเห็นความสําคัญของปญหาการเลือกปฏิบัติมากขึ้น ตลอดจนผลักดันใหมาตรการปองกัน การเลือกปฏิบัติที่มีอยูเกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะแนวปฏิบัติแหงชาติวาดวยการปองกันและบริหารจัดการ ดานเอดสในสถานที่ทํางาน ของ คช.ปอ. และแนวปฏิบัติการปองกันและจัดการดานเอดสในสถานประกอบกิจการ ของกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้เปนไปตามบทบัญญัติเรื่องการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามมาตรา 28 (2) แหงพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ. 25429 ตลอดจนควรสงเสริมใหมีการเจรจา แบบไตรภาคีเพื่อหาขอตกลงรวมและแนวปฏิบัติเพื่อการขจัดการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพและการ สงเสริมการคุมครองสิทธิกลุมผูติดเชื้อเอชไอวีในสวนของนโยบายการจางงานของสถานประกอบการตาง ๆ ทั้งนี้ เปนไปตามอํานาจหนาทีต่ ามบทบัญญัตแิ หงรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 257 (7)10 โดยใหความสําคัญกับประเด็นดังตอไปนี้ 8 9 10 รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 257 “(2) เสนอเรือ่ งพรอมดวยความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีทเี่ ห็นชอบตามทีม่ ผี รู อ งเรียนวา บทบัญญัตแิ หง���ฎหมายใดกระทบตอสิทธิมนุษยชนและ มีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ (3) เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลปกครอง ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวา กฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดในทางปกครองกระทบตอ สิทธิมนุษยชนและมีปญ  หาเกีย่ วกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ทัง้ นีต้ ามพระราชบัญญัตจิ ดั ตัง้ ศาลปกครองและวิธพี จิ ารณาคดีปกครอง (4) ฟองคดีตอ ศาลยุตธิ รรมแทนผูเ สียหาย เมือ่ ไดรบั การรองขอจากผูเ สียหาและเปนกรณีทเี่ ห็นสมควรเพือ่ แกไขปญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเปนสวนรวม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” พระราชบัญญัตคิ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28 (2) “ในการกําหนดมาตรการการแกไขปญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนตามวรรคหนึง่ คณะกรรมการอาจกําหนดใหบคุ คลหรือหนวยงานดําเนินการตามอํานาจหนาทีด่ ว ยวิธใี ดทีเ่ ห็นเหมาะสม เพือ่ ปองกันมิใหมกี ารละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะ ทํานองเดียวกันอีกได” รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 257 (7) “สงเสริมความรวมมือและการประสานงานหนวยราชการ องคการเอกชน และองคการ อื่นในดานสิทธิมนุษยชน”

Select target paragraph3