รายงานการศึกษาวิจัย การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี XIII ที่ เ กี่ ย วข อ งหลายองค ก ร เช น กรณี ที่ บุ ค คลถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ เ สรี ภ าพที่ รั ฐ ธรรมนู ญ รั บ รองไว หากจะใช สิ ท ธิ ทางศาลรัฐธรรมนูญเพือ่ มีคาํ วินจิ ฉัยในกรณีมบี ทบัญญัตแิ หงกฎหมายขัดหรือแยงตอรัฐธรรมนูญ จะสามารถกระทําได ก็ตอเมื่อไดดําเนินการตามชองทางอื่น ๆ (มาตรา 212) เชน ยื่นคํารองผานผูตรวจการแผนดิน (มาตรา 245) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ (มาตรา 257) หรือ ศาล (มาตรา 211) กลายเปนอุปสรรคสําคัญที่ทําใหบุคคล ผูถูกกระทบสิทธิประสบปญหาการเขาถึงกลไกการรองทุกขและการไดรับการเยียวยาจากการเลือกปฏิบัติ เนื่องจาก ไม ต  อ งการที่ จ ะเข า สู  ก ระบวนการตามกลไกที่ มี อ ยู  ดั ง นั้ น ควรมี ก ารพิ จ ารณาพั ฒ นากลไกการร อ งทุ ก ข ที่ มี ความสอดคลองกับความตองการของผูติดเชื้อเอชไอวี นอกจากนี้ จากการศึกษายังพบวา การดําเนินกิจกรรมการสงเสริมการเขาถึงกลไกการรองทุกข ของหนวยงานที่เกี่ยวของในที่นี้ คือ ภาครัฐและภาคประชาสังคม ยังขาดการบูรณาการในมิติตาง ๆ อยางชัดเจน อาทิ การบริหารจัดการฐานขอมูลรวมกัน แนวปฏิบัติในการสรางกลไกการสงตอ และระบบการติดตามประเมินผล อยางมีประสิทธิภาพ สงผลกระทบตอการกําหนดแผนหรือยุทธศาสตรดานการสงเสริมการเขาถึงกลไกการคุมครอง อยางเปนระบบ 3. ขอเสนอแนะจากการศึกษา ในการเสนอแนะรูปแบบที่เหมาะสมในการแกไขปญหาการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ เอชไอวี ในที่นี้ คณะผูวิจัยแบงขอเสนอเปน 2 แบบ คือ ขอเสนอเชิงนโยบายที่เกี่ยวของกับกฎหมาย ซึ่งไดมาจาก การทบทวนแนวคิ ด หลั ก ความเสมอภาคในการประกอบอาชี พ หลั ก การสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนและมาตรฐานสากล ทีเ่ กีย่ วของกับการคุม ครองสิทธิ ในการประกอบอาชีพของผูต ดิ เชือ้ เอชไอวี โดยสังเคราะหรว มกับผลการศึกษาสภาพ และสาเหตุการเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวีในบริบทของประเทศไทย และแบบที่สอง เปนขอเสนอแนะแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมในการคุมครองสิทธิในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อ โดยใช มาตรการอื่น ๆ แตละสวนมีรายละเอียดดังนี้ 3.1 ขอเสนอเชิงนโยบายและขอเสนอในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติในการประกอบ อาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี แมวารัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 จะมีบทบัญญัติเพื่อคุมครองบุคคลจาก การเลือกปฏิบัติ ดังที่ปรากฏในมาตรา 30 วรรคสาม แตกฎหมายที่ใชในการคุมครองสิทธิของผูประสบปญหา ถูกเลือกปฏิบัติยังมีลักษณะกระจัดกระจาย เชน ในประมวลกฎหมายอาญา และประมว��กฎหมายแพงและพาณิชย อีกทั้งผูประสบปญหาการเลือกปฏิบัติก็ไมสามารถเขาถึงกลไกการคุมครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญไดโดยตรง จึงมี ความจําเปนตองพิจารณาบัญญัติกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ ที่กําหนดบรรทัดฐานที่ชัดเจนในการคุมครองกรณี การถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งที่หนวยงานรัฐและหนวยงานภาคเอกชนตองปฏิบัติตาม อันจะเปนแนวทางหนึ่งในการแกไข ปญหาการเลือกปฏิบัติที่ปรากฏในระเบียบปฏิบัติของหนวยงานตาง ๆ รวมทั้งการสรางกลไก/กระบวนการคุมครอง สิทธิที่ผูถูกละเมิดสิทธิสามารถเขาถึงไดโดยตรง ดังนั้น จําเปนตองมีการผลักดันกฎหมายเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ หรือกฎหมายเพื่อความเสมอภาคในภาพรวมในลักษณะเดียวกับกฎหมายเสมอภาคของประเทศสหราชอาณาจักร เพื่อลดปญหาการซํ้าเติมการเลือกปฏิบัติและเสริมพลังการขับเคลื่อนกฎหมาย กฎหมายฉบับนี้ ไมจําเปนตองเปน กฎหมายเฉพาะสําหรับผูติดเชื้อเอชไอวี แตตองสังเคราะหรวมกับปญหาการเลือกปฏิบัติในกลุมอื่น ๆ ไดแก กลุมคนพิการ ผนวกกลุมเปาหมายอื่นที่ประสบปญหาการเลือกปฏิบัติดวย โดย

Select target paragraph3