แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
ตอมา ไดมีการพิจารณากําหนดหลักเกณฑและเงือ่ นไขในการกําหนดสภาพปาเสือ่ มโทรม และมาตรการ
ใชที่ดินในพื้นที่ปาเสื่อมโทรม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ มิถุนายน พ.ศ. 2530 และ วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2532
ดังนี้
ก. พื้นที่ปาสงวนแหงชาติที่ถือวาเปนปาเสื่อมโทรม ตองมีสภาพตามหลักเกณฑและเงื่อนไข ดังตอไปนี้
1. เปนปาไมที่มีไมมีคาที่มีลักษณะสมบูรณเหลืออยูเปนสวนนอยและปานั้นยากที่จะกลับฟนคืนดี
ไดตามธรรมชาติ โดยมีไมขนาดความโตจัดโดยรอบลําตนตรงที่สูง 130 เซนติเมตร ตั้งแต 50 - 100 เซนติเมตร
ขึ้นกระจายอยูทั่วพื้นที่ไมเกินไรละ 8 ตน หรือไมมีขนาดความโตเกิน 100 เซนติเมตรขึ้นไป ขึ้นกระจายตัว
อยูทั่วพื้นไมเกินไรละ 2 ตน
2. การสํารวจพื้นที่ตามขอ 1 ใหดําเนินการ ดังนี้
2.1 ในกรณี ที่ พื้ น ที่ ข ออนุ ญ าตมี พื้ น ที่ ม ากกว า 500 ไร ควรมี ก ารตรวจสอบภาพถ า ย
ทางอากาศหรือภาพถายดาวเทียม มาตราสวนที่เหมาะสมซึ่งสามารถตรวจสอบไดที่ถายใหมที่สุดเพื่อประเมิน
สภาพปาโดยทั่วไปหากมีพื้นที่ปาที่สมบูรณใหกันออก
2.2 ใหสํารวจโดยวิธีทําแปลงตัวอยาง Line Plot ใหกระจายทั่วพื้นที่ไมนอยกวารอยละ 5
ของพื้นที่ เพื่อหาปริมาณของไมขนาดตาง ๆ ในการประเมินไมควรใชคาเฉลี่ยตอพื้นที่ปาผืนใหญ เพื่อใหเปนไป
ตามหลักเกณฑควรใชคาเฉลี่ยตอพื้นที่ปาในแตละแปลงที่สํารวจ
ข. มาตรการการใชที่ดินในพื้นที่ปาเสื่อมโทรม
1. ในกรณีปาเสื่อมโทรมนั้นอยูในพื้นที่ตนนํ้าธาร ชั้น 1เอ 1บี และชั้นที่ 2 แมจะมีตนไมนอย
เพียงใดก็ตาม ก็มิใหกําหนดเปนปาเสื่อมโทรม
2. ในการกําหนดใหพื้ นที่ใดเปนป าเสื่อมโทรม ตาม พ.ร.บ.ปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507
ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ปาสงวนแหงชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2528 นั้น ไมมีผลผูกพันในการที่จะใหราษฎร
เขาไปทําประโยชนตลอดไปสําหรับราษฎรซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กําหนดไวในระเบียบกรมปาไมวาดวยหลักเกณฑ
เงื่อนไขในการอนุญาตใหทําประโยชน และอยูอาศัยในเขตปรับปรุงปาสงวนแหงชาติ
ปาชายเลน
การจําแนกเขตการใชประโยชนปาชายเลนครั้งแรกเมื่อป พ.ศ. 2524 เมื่อพบวาปาชายเลนลดลง
อยางรวดเร็ว ในชวงระหวางป พ.ศ. 2518 - 2522 มีการจัดตั้งคณะกรรมการทรัพยากรปาชายเลนแหงชาติ
ขึ้นมาดูแล และไดมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2530 เห็นชอบกับหลักเกณฑและมาตรการ
ในการพิจารณากําหนดเขตการใชประโยชนในพื้นที่ปาชายเลน ดังนี้
72
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”