แหง
a i l aชาติ
N
nd
งา
สํานaักtio nal
Th
นค
ณ
ยชน
m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of
n
ssi
Hu
Rights C om m i
3) เรงรัดการจัดใหมีองคกรและระบบบริหารจัดการที่ดินใหเปนรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อเปนกลไกในการ
กระจายการถือครองที่ดินอยางเปนธรรมและดําเนินการใหเกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรม
อย า งทั่ ว ถึ ง และสนั บ สนุ น การใช ป ระโยชน ที่ ดิ น ของรั ฐ อย า งคุ ม ค า โดยเกษตรกรและชุ ม ชน รวมทั้ ง เร ง รั ด
การออกเอกสารสิทธิ์หรือจัดสรรสิทธิในที่ดินใหแกเกษตรกรผูไรที่ทํากินใหมีที่ดินเปนของตนเองอยางเปนธรรม
แนวคิดหลัก ๆ ในระดับชาติเกี่ยวกับการจัดการที่ดินปาไม จึงกลาวไวชัดวาใหคํานึงถึงความสอดคลอง
กับสภาพแวดลอมทางธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชนทองถิ่น ยังไดเนนการมีสวนรวมตัดสินใจของประชาชน
ในพื้นที่ที่ไดรับผลกระทบจากการกําหนดหลักเกณฑการใชที่ดินและการพัฒนาทรัพยากรปาไม แตหนวยงาน
ของรัฐยังมิไดนําแนวคิดใหม ๆ เหลานี้ไปปฏิบัติอยางจริงจัง
3. นโยบายปาไมแหงชาติ
นโยบายปาไมแหงชาติ จัดทําโดยคณะกรรมการนโยบายปาไมแหงชาติตามมติคณะรัฐมนตรี
วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2528 โดยมีสาระสําคัญ 19 ประการ ดังนี้
1) ให มี ก ารกํ า หนดแนวทางการจั ด การและพั ฒ นาทรั พ ยากรป า ไม ใ นระยะยาว โดยเน น
การประสานระหวางทรัพยากรปาไมและทรัพยากรอื่น
2) สงเสริมบทบาทและหนาที่ของสวนราชการและภาคเอกชนในการจัดการและพัฒนาปาไม
รวมกัน
3) ปรับปรุงระบบการบริหารงานปาไมแหงชาติใหสอดคลองกับปริมานคุณภาพ และสภาพปาไม
และสิ่งแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไป
4) ใหมีพื้นที่ปาไมอยางนอยรอยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ เพื่อประโยชน 2 ประการ คือ
ปาเพื่อการอนุรักษรอยละ 15 และปาเพื่อเศรษฐกิจรอยละ 25
5) รัฐและภาคเอกชนจะพัฒนาพื้นที่ปาไมไปสูเปาหมายที่กําหนดไว
6) เพิ่มการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีในการพัฒนาการเกษตรเพื่อลดการทําลายพื้นที่ปาไม
7) จัดใหมีแผ���พัฒนาปาไมไวเปนสวนหนึ่งของแผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
8) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไม เรงรัดปรับปรุงการวางผังเมือง และกําหนดพื้นที่ที่อยูอาศัย
พื้นที่ชนบทและพื้นที่เกษตรในแตละจังหวัดใหแนนอน เพื่อปองกันการบุกรุกพื้นที่ปาไม
9) ใหมีคณะกรรมการนโยบายปาไมระดับชาติเปนการถาวร
10) ใหความรู ทัศนคติ ความสํานึก ความรูสึก และทักษะแกประชาชนเกี่ยวกับผลประโยชน
ที่จะไดรับจากทรัพยากรปาไม และผลเสียของการตัดไมทําลายปา และการใชไมอยางฟุมเฟอย
11) สงเสริมการปลูกปาภาคเอกชนและภาครัฐบาล เพื่อใชสอยการอุตสาหกรรมและสงออก
12) สงเสริมใหมีโรงงานอุตสาหกรรมแบบตอเนื่อง และโรงงานเยื่อกระดาษ
13) ปรับปรุงแกไขกฎหมายเพื่อใหการรักษาและเพิ่มปาไม และการตัดฟนตอนไมมาใชประโยชน
ไดอยางมีประสิทธิภาพ
68
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”